ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot


โรคกุ้งขาว
เกษตกรยุคใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล
ศูนย์วิจัยประมง shrimp man
เว็บไซด์กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หน่วยงานรัฐบาล
\Desktop\Development-of-the-Shrimp-Research-Network-in-Thailand
สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง กรมประมง
สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ. National Institute of Animal Health
ศูนย์วิจัยและพัฒนาชายฝั่งจันทบุรี


กฎหมายน่ารู้ก่อนนำเข้าหรือส่งออก สัตว์น้ำ รวมถึงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กุ้ง

 

ข้อควรทราบในการนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักร
ผู้ใดนำสัตว์มีชีวิตเช่น สัตว์น้ำจำพวกปลา, ปู,กุ้ง,หอย,ปะการัง, กัลปังหา,แมงดาทะเล,เต่า, ตะพาบน้ำ, จระเข้, กบ, ซาลามานเดอร์ และสัตว์น้ำอื่น ๆรวมทั้งซากหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรจะต้องขออนุญาตนำเข้าและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสัตว์น้ำทำการตรวจสอบ
การละเลยการปฏิบัติตามกฎหมายมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

Notification of Importing and Carrying in Aquatic Animals to the Kingdom of Thailand
Nobody is allowed to import or carry in the following aquatic animals and/or related items to the Kingdom of Thailand; Fish Crustacean, Mollusk, Coral , Turtle , Crocodile, Frog, Salamander, and Others, including carcass or any parts of some aquatic animals without on import permit and officially declaring to Aquatic Animal Quarantine Officers.
Violators will be prosecuted according to The Fisheries Act 2490 (B.E.) and the Wildlife Preservation and Protection Act 2535 (B.E.)
 
ในปัจจุบันได้มีการนำสัตว์น้ำเข้ามาในประเทศและส่งออกสัตว์น้ำไปต่างประเทศจำนวนมากรัฐจึงมีความจำเป็นจะต้องมีมาตรการต่าง ๆออกมาควบคุมการนำเข้า-ส่งออกเพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้
เพื่อป้องกันโรคสัตว์น้ำเข้ามาสู่ประเทศไทย
สัตว์น้ำที่นำเข้ามาในประเทศบางชนิดมีแหล่งกำเนิดหรือเจริญเติบโตในประเทศที่มีโรคระบาดโรคดังกล่าวจึงอาจแพร่หลายในประเทศไทยโดยอาศัยสัตว์น้ำเป็นพาหะนำโรคและเมื่อสัตว์น้ำที่นำเข้าแพร่พันธุ์ในแหล่งน้ำก็จะทำให้เกิดโรคระบาดไปยังสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆอีกด้วยกรมประมงจึงต้องมีการตรวจสอบและป้องกันเหตุดังกล่าว.
เพื่อป้องกันมิให้นำสัตว์น้ำที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์เข้ามาในประเทศเช่นปิรันยา
ปลาปิรันยาเป็นปลาขนาดเล็กมีฟันแหลมและนิสัยดุร้ายมากอาศัยอยู่เป็นฝูงสามารถรุมกัดกินเนื้อมนุษย์และสัตว์มีชีวิตทุกขนาดเป็นอาหารซึ่งสามารถจะขยายพันธุ์และเจริญเติบโตในสภาพแหล่งน้ำของประเทศไทยได้ดีมีถิ่นกำเนิดแถบลุ่มแม่น้ำอเมซอนทวีปอเมริกาใต้เป็นสัตว์น้ำที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหรือทรัพย์สินของบุคคลหรือสาธารณชนกรมประมงจึงห้ามมิให้นำเข้ามาในราชอาณาจักรและห้ามครอบครองอย่างเด็ดขาด
เพื่อสงวนและคุ้มครองพันธุ์สัตว์น้ำที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์
สัตว์น้ำที่หายากและใกล้สูญพันธุ์หลายชนิดได้ถูกทำลายด้วยน้ำมือของมนุษย์โดยนำมาเป็นอาหารนำมาเลี้ยงเพื่อพักผ่อนหย่อนใจและเพื่อเป็นสินค้าจนทำให้ปริมาณในธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็วจึงต้องมีการควบคุมอย่างเข้มงวดโดยพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ได้กำหนดมาตรการในการควบคุมการนำเข้า นำผ่านการส่งออกรวมถึงการครอบครองชนิดพันธุ์ที่หายาก เช่น พะยูน โลมา เต่าตะพาบน้ำ ปะการังกัลปังหาเป็นต้น
เพื่ออนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำให้อยู่ในระบบนิเวศน์ที่เหมาะสม
สัตว์น้ำบางชนิดสามารถขยายพันธุ์และเจริญเติบโตได้เฉพาะที่เป็นถิ่นกำเนิดและสภาพทางนิเวศน์วิทยาที่เหมาะสมเท่านั้นหากมีการเคลื่อนไหวอาจทำให้สัตว์ชนิดนั้นไม่สามารถดำรงชีวิตหรือแพร่ขยายพันธุ์ได้
เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
การส่งออกสัตว์น้ำบางชนิดอาจทำให้ประเทศเสียเปรียบทางด้านการค้าได้ เช่นการส่งออกพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำและสัตว์บางชนิดถ้านำเข้ามาในราชอาณาจักรอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อผลผลิตของสัตว์น้ำในแหล่งน้ำและอาจก่อให้เกิดความลดน้อยถอยลงของชนิดสัตว์น้ำ
เพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์
convention on Internnational Trade in Endangered Species of Wild Fuana and Flora
ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกและให้สัตยาบันในอนุสัญญาCITES เพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศภาคีสมาชิกต่าง ๆในการควบคุมการนำเข้าส่งออกและนำผ่านสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์เพื่อคุ้มครองให้คงอยู่เพื่อชนรุ่นหลังต่อไปในส่วนของกรมประมงรับผิดชอบเกี่ยวกับสัตว์น้ำที่มีชื่ออยู่ในอนุสัญญาCITES ซึ่งมีจำนวนมาก เช่น ปลาตะพัด ปะการังปลาวาฬ และโลมา เป็นต้น
กฎหมายที่ควบคุมการนำเข้า-ส่งออกมี3 พระราชบัญญัติ. พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490
-
พระราชกฤษฎีกาห้ามมิให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรพ.ศ.2525
-
พระราชกฤษฎีการะบุสัตว์น้ำและลักษณะของสัตว์น้ำที่มีอันตรายบางชนิดที่ห้ามมิให้มีไว้ในครอบครองนำเข้ามาในราชอาณาจักรหรือนำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำ พ.ศ.2530
-
พระราชกฤษฎีกาห้ามมิให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรฉบับที่2 พ.ศ. 2536
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535
-
กฎกระทรวง ฉบับที่2 ,3,4,6,8 และ10 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์น้ำ พ.ศ.2535
-
ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่องกำหนดชนิดของสัตว์ป่าและซากของสัตว์ป่าที่ห้ามมิให้ผู้ใดนำเข้าหรือส่งออกเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดี
-
ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ.2535
พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าพ.ศ. 2522
-
พระราชกฤษฎีควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่41) พ.ศ.2518
-
ประกาศกระทรวงพาณิชย์เรื่องการส่งสินค้าออกไปนอกราชอาณาจักรฉบับที่9 (พ.ศ.2523), ฉบับที่14 (พ.ศ.2524) ,ฉบับที่15 (พ.ศ.2524)
-
ประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการส่งสินค้าออกไปนอกราชอาณาจักร (ฉบับที่41) พ.ศ. 2530, (ฉบับที่46) พ.ศ.2531, (ฉบับที่56) พ.ศ.2534 และ
(
ฉบับที่58) พ.ศ.2534
สัตว์น้ำที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายดังกล่าวมีบางชนิดห้ามนำเข้า-ส่งออกบางชนิดสามารถนำเข้า-ส่งออกได้โดยต้องหนังสืออนุญาตจากกรมประมงซึ่งผู้มีความประสงค์นำเข้า-ส่งออกสัตว์น้ำชนิดใดจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องข้อกำหนดในกฏหมายนั้น
ขั้นตอนวิธีปฎิบัติของกรมประมงในการขออนุญาตนำเข้า-ส่งออกสัตว์น้ำ
การขออนุญาตส่งสัตว์น้ำออกนอกราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
การขออนุญาตส่งออกสัตว์น้ำตาม มาตรา23 และมาตรา24 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 จะต้องได้รับอนุญาติจากอธิบดีกรมประมงและต้องปฏิบัติตามกฏกระทรวงฉบับที่2 (พ.ศ. 2537)
.
การส่งออกสัตว์น้ำซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่เพาะพันธุ์ได้สัตว์ป่าที่รัฐมนตรีกำหนดยื่นคำขอรับใบอนุญาตได้ที่
1.
กองอนุรักษ์ทรัพยากรประมง กรมประมง
2.
สำนักงานประมงจังหวัด
โดยต้องแนบเอกสารต่อไปนี้เป็นหลักฐานประกอบ
1.
แบบคำขอรับใบอนุญาต (สป.4)
2.
หลักฐานการได้มาซึ่งสัตว์น้ำหรือซากของสัตว์น้ำนั้น
3.
สำเนาในสั่งสินค้า (Order) หรือสำเนาใบกำกับสินค้า (Invoice) ยกเว้นกรณีการยื่นคำขอรับใบอนุญาตส่งออกที่ไม่ใช่การส่งออกไปเพื่อการค้า
การส่งออกสัตว์น้ำชนิดพันธุ์เดียวกับที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (CITES) ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ได้ที่
1.
กองอนุรักษ์ทรัพยากรประมง กรมประมง
2.
สำนักงานประมงจังหวัด
โดยต้องแนบเอกสารต่อไปนี้เป็นหลักฐานประกอบ
1.
แบบคำขอรับใบอนุญาต (สป.4)
2.
หลักฐานการได้มาซึ่งสัตว์น้ำหรือซากของสัตว์น้ำนั้น
3.
สำเนาใบสั่งสินค้า (Order) หรือสำเนาใบกำกับสินค้า (Invoice) ยกเว้นกรณีการยื่นคำขอรับใบอนุญาตส่งออกที่ไม่ใช่การส่งออกไปเพื่อการค้า
4.
กรณีสัตว์น้ำนั้นจัดอยู่ในบัญชี1 (Appendix 1) ท้ายอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (CITES) จะต้องแสดงหนังสืออนุญาต ให้นำเข้า (Import Permit) ซึ่งออกโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกใบอนุญาตตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ของรัฐบาลประเทศซึ่งจะนำเข้าสัตว์น้ำด้วย
เมื่อได้รับหนังสืออนุญาตฯหรือหนังสือรับรองฯ แล้ว ก่อนจะนำเข้า หรือส่งออกจะต้องแจ้งให้เจ้า
หน้าที่ประจำด่านตรวจสัตว์น้ำหรือหน่วยงานของกรมประมงตามที่ระเบียบฯ กำหนดทำการตรวจสอบ
เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ขั้นตอนวิธีการปฏิบัติของกรมประมงในการขออนุญาตนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักร
การขออนุญาตนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติการประมงพ.ศ.2490
การขออนุญาตนำสัตว์น้ำซึ่งอยู่ในพระราชกฤษฎีกาห้ามให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา54 แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการยื่นคำขออนุญาตนำสัตว์น้ำที่มีชีวิตบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักรพ.ศ.2537 สรุปได้ดังนี้
กรุงเทพฯยื่นคำขอหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักร ที่ฝ่ายบริหารและจัดการทรัพยากรประมงกองอนุรักษ์ทรัพยากรประมงกรมประมง เกษตรกลางถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โทร.5620600 - 15 ต่อ 3508, 3509
ต่างจังหวัดกรณีการนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักรผ่านด่านศุลกากรซึ่งตั้งอยู่ในเขตต่างจังหวัดยื่นคำขอหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักรที่สำนักงานประมงในจังหวัดที่ด่านศุลกากรนั้นตั้งอยู่
หน่วยงานที่รับคำขอฯจะพิจารณาออกหนังสืออนุญาตฯ ให้ภายใน5 วันทำการ
เอกสารประกอบการยื่นคำขอหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักร
1.
แบบฟอร์มคำขอหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักร
2.
สำเนาหนังสือจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีนำเข้าในนามนิติบุคคล)
3.
หนังสือมอบอำนาจ (กรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่ได้ไปยื่นคำขอเอง)
4.
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
5.
สำเนาใบอนุญาตให้ประกอบอาชีพในการประมงการค้าสินค้าสัตว์น้ำ ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำหรืออุตสาหกรรมสัตว์น้ำ (อ.6)
6.
เอกสารรับรองว่าสัตว์น้ำนั้นปราศจากโรค (Health Certificate) เป็นภาษาอังกฤษจากทางราชการของประเทศที่ส่งสัตว์น้ำออก (ถ้ามี)
หนังสืออนุญาตฉบับหนึ่งใช้ได้กับการนำเข้าเพียงครั้งเดียวและมีอายุการใช้งาน60 วัน นับแต่วันที่
ผู้มีอำนาจลงนามในหนังสืออนุญาต
การขออนุญาตนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
การขออนุญาตนำสัตว์น้ำเข้ามา ตามมาตรา23 และมาตรา24 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 จะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมประมงและต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงฉบับที่2 (พ.ศ. 2537)
การนำเข้าสัตว์น้ำซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่เพาะพันธุ์ได้สัตว์ป่าที่รัฐมนตรีกำหนดยื่นคำขอรับใบอนุญาตได้ที่
1.
กองอนุรักษ์ทรัพยากรประมง กรมประมง
2.
สำนักงานประมงจังหวัด
โดยต้องแนบเอกสารต่อไปนี้เป็นหลักฐานประกอบ
1.
แบบคำขอรับใบอนุญาต (สป.4)
2.
สำเนาใบรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) ซึ่ง
ออกโดยหน่วยงานราชการของประเทศที่ส่งออกสัตว์น้ำ
3.
สำเนาใบสั่งสินค้า (Order) หรือสำเนาใบกำกับสินค้า (Invoice) ยกเว้นกรณีการยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำเข้าที่ไม่ใช่การนำเข้ามาเพื่อการค้า
การนำเข้าสัตว์น้ำชนิดพันธุ์เดียวกับที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (CITES) ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ได้ที่
1.
กองอนุรักษ์ทรัพยากรประมงกรมประมง
2.
สำนักงานประมงจังหวัด
โดยต้องแนบเอกสารต่อไปนี้เป็นหลักฐานประกอบ
1.
แบบคำขอรับใบอนุญาต (สป.4)
2.
สำเนาใบรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) ซึ่งออกโดยหน่วยงานราชการของประเทศที่ส่งออกสัตว์น้ำ
3.
สำเนาใบสั่งสินค้า (Order) หรือสำเนาใบกำกับสินค้า (Invoice) ยกเว้นกรณีการยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำเข้าที่ไม่ใช่การนำเข้ามาเพื่อการค้า
4.
ต้องแสดงหนังสือยินยอมให้ส่งออกหรือใบอนุญาตส่งออก (Export permit) แล้วแต่กรณีของประเทศที่อนุญาตให้ส่งออกสัตว์น้ำหรือซากสัตว์น้ำนั้น
ขั้นตอนวิธีการปฏิบัติของกรมประมงในการขออนุญาตนำสัตว์น้ำออกไปนอกราชอาณาจักร
การขออนุญาตส่งกุ้งกุลาดำมีชีวิตออกนอกราชอาณาจักรตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการส่งกุ้งกุลาดำมีชีวิตออกไปนอกราชอาณาจักรพ.ศ. 2538
การส่งกุ้งกุลาดำมีชีวิตที่มีจำนวนไม่เกิน100 ตัวต่อกิโลกรัมหรือขนาดน้ำหนักตั้งแต่10 กรัมขึ้นไปเพื่อการบริโภคทั้งนี้ไม่รวมถึงพ่อแม่พันธุ์ออกไปนอกราชอาณาจักรต้องมีหนังสือรับรองขนาดและน้ำหนักจากกรมประมงโดยต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการส่งกุ้งกุลาดำมีชีวิตออกไปนอกราชอาณาจักรพ.ศ.2538 สรุปได้ดังนี้
กรุงเทพฯยื่นคำขอหนังสือรับรองให้ส่งกุ้งกุลาดำมีชีวิตออกไปนอกราชอาณาจักรที่ฝ่ายบริหารและจัดการทรัพยากรประมงกองอนุรักษ์ทรัพยากรประมง กรมประมง เกษตรกลางถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โทร.5620600 - 15 ต่อ3508, 3509
ต่างจังหวัดกรณีการส่งออกผ่านด่านศุลกากรซึ่งตั้งอยู่ในเขตต่างจังหวัดยื่นคำขอหนังสือรับรองฯได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดสงขลา, สำนักงานประมงจังหวัดสุราษฏร์ธานี,สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ตลา, สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งสงขลา, สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งสุราษฏร์ธานี, สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งภูเก็ตหรือสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งทุกแห่ง
การยื่นคำขอหนังสือรับรองให้ส่งกุ้งกุลาดำมีชีวิตออกไปนอกราชอาณาจักรต้องยื่นล่วงหน้าก่อนไม่น้อยกว่า7 วันทำการ
เอกสารประกอบการยื่นคำขอหนังสืออนุญาตให้นำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักร
1.
แบบฟอร์มคำร้องขอหนังสือรับรองให้ส่งกุ้งกุลาดำมีชีวิตออกไปนอกราชอาณาจักร (กท.1)
2.
สำเนาหนังสือจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีส่งออกในนามนิติบุคคล)
3.
หนังสือมอบอำนาจ (กรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่ได้ไปยื่นคำขอเอง)
4.
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
5.
สำเนาใบอนุญาตให้ประกอบอาชีพในการประมงการค้าสินค้าสัตว์น้ำ ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำหรืออุตสาหกรรมสัตว์น้ำ(อ.6)
หนังสือรับรองฯฉบับหนึ่งใช้ได้กับการส่งออกเพียงครั้งเดียวและมีอายุการใช้งาน30 วันนับแต่
วันที่ผู้มีอำนาจลงนามในหนังสือรับรองฯ
 



กฎหมายการประมง

พระราชบัญญัติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 (ฉบับ Update ล่าสุด)
พระราชบัญญัติกรมประมงฉบับใหม่
ระเบียบกรมประมง 2551
พระราชบัญญัติการประมง ฉบับที่3
ระเบียบกรมประมง 2547
พระราชบัญญัติการประมง ฉบับที่ 1



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ราชันย์ฟาร์ม ฟาร์มเลี้ยงกุ้งขาวชีวภาพ
ตำบลท่ากุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดตราด