ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot


โรคกุ้งขาว
เกษตกรยุคใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล
ศูนย์วิจัยประมง shrimp man
เว็บไซด์กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หน่วยงานรัฐบาล
\Desktop\Development-of-the-Shrimp-Research-Network-in-Thailand
สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง กรมประมง
สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ. National Institute of Animal Health
ศูนย์วิจัยและพัฒนาชายฝั่งจันทบุรี


พระราชบัญญัติการประมง ฉบับที่ 1

 

พระราชบัญญัติ
การประมงพุทธศักราช 2490
--------------------------
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
รังสิตกรมขุนชัยนาทนเรนทร
พระยามานวราชเสวี
ให้ไว้ ณ วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2490
เป็นปีที่ 2 ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการประมง
               
พระมหากษัตริย์โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภาจึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
               
มาตรา 1พระราชบัญญัตินี้ เรียกว่า " พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 "
               
มาตรา 2พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับตั้งแต่วันประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
               
มาตรา 3ให้ยกเลิก
                (1)
พระราชบัญญัติอากรค่าน้ำ รัตนโกสินทร์ศก 120
                (2)
พระราชบัญญัติเพิ่มเติมพระราชบัญญัติอากรค่าน้ำรัตนโกสินทร์ ศก 120
                (3)
ประกาศแก้ไขพระราชบัญญัติอากรค่าน้ำรัตนโกสินทร์ ศก 120
                (4)
พระราชบัญญัติเพิ่มพระราชบัญญัติอากรค่าน้ำ รัตนโกสินทร์ ศก 120
                (5)
พระราชบัญญัติอากรค่าน้ำแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2475
                (6)
พระราชบัญญัติอากรค่าน้ำ รัตนโกสินทร์ ศก 120 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477
                (7)
พระราชบัญญัติอากรค่าน้ำ (ฉบับที่ 6) พุทธศักราช 2479
                (8)
พระราชบัญญัติอากรค่าน้ำ (ฉบับที่ 7) พุทธศักราช 2481
                (9)
กฎกระทรวงว่าด้วยวิธีจัดการและตั้งอัตราเก็บเงินอากรค่าน้ำตามความในพระราชบัญญัติอากรค่าน้ำ ร.ศ. 120

               
มาตรา 4ในพระราชบัญญัตินี้
                (
ความใน (1) ของมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 เดิม ถูกยกเลิกโดยมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 3 ) พ.ศ. 2528 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน)
                 (1) "
สัตว์น้ำ" หมายความว่าสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในน้ำ หรือมีวงจรชีวิตส่วนหนึ่งอยู่ในน้ำหรืออาศัยอยู่ในบริเวณที่น้ำท่วมถึง เช่น ปลา กุ้ง ปู แมงดาทะเล หอย เต่า กระตะพาบน้ำ จระเข้ รวมทั้งไข่ของสัตว์น้ำ นั้น สัตว์จำพวกเลี้ยงลูกด้วยนม ปลิงทะเลฟองน้ำ หินปะการัง กัลปังหา และสาหร่ายทะเล ทั้งนี้รวมทั้งซากหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของสัตว์น้ำเหล่านั้น และหมายความรวมถึงพันธุ์ไม้น้ำตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีการะบุชื่อ
                 ( 1
ทวิ เพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่ง พรบ.การประมง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528)
                 ( 2
ทวิ "ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ" หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นโดยใช้สัตว์น้ำตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีการะบุชื่อเป็นวัตถุดิบ
                 (2) "
ทำการประมง" หมายความว่า จับ ดัก ล่อ ทำอันตราย ฆ่าหรือเก็บสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำด้วยเครื่องมือทำการประมงด้วยวิธีใดๆ
                 (3) "
เครื่องมือทำการประมง" หมายความว่า เครื่องกลไก เครื่องใช้ เครื่องอุปกรณ์ส่วนประกอบ อาวุธ เสา หลัก หรือเรือ บรรดาที่ใช้ทำการประมง
                 (4) "
เรือ" หมายความว่า ยานพาหนะทางน้ำทุกชนิด
                 (5) "
ที่จับสัตว์น้ำ" หมายความว่า ที่ซึ่งมีน้ำขัง หรือไหล เช่น ทะเล แม่น้ำ ลำคลองหนอง บึง บ่อ เป็นต้น และหาดทั้งปวง บรรดาซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินรวมทั้งป่าไม้และพื้นดินซึ่งท่วมในฤดูน้ำ ไม่ว่าจะเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือที่ดินอันบุคคลถือกรรมสิทธิ์ และภายในเขตน่านน้ำไทยหรือน่านน้ำอื่นใดซึ่งประเทศไทยใช้อยู่ หรือมีสิทธิ์ที่จะใช้ต่อไปในการทำการประมงโดยที่น่านน้ำเหล่านั้น ปรากฎโดยทั่วไปว่ามีขอบเขตตามกฎหมายท้องถิ่นหรือธรรมเนียมประเพณี หรือตามกฎหมายระหว่างประเทศหรือตามสนธิสัญญาหรือด้วยประการใด
                 (6) "
บ่อล่อสัตว์น้ำ"หมายความว่า ที่ล่อสัตว์น้ำเพื่อประโยชน์ในการทำการประมงตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
                 (7) "
บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ" หมายความว่าที่เลี้ยงสัตว์น้ำ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
                 (8) "
ประทานบัตร"หมายความว่า ใบอนุญาตซึ่งข้าหลวงประจำจังหวัดออกให้บุคคลผู้ประมูลได้ให้มีสิทธิทำการประมงในที่ว่าประมูล
                 (9) "
ใบอนุญาต"หมายความว่า ใบอนุญาตซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ออกให้แก่บุคคลใด ใช้ทำการประมงหรือทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่อนุญาต
                 (10) "
อาชญาบัตร"หมายความว่า ใบอนุญาตซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ออกให้แก่ผู้รับอนุญาตเพื่อใช้เครื่องมือทำการประมง
                 (11) "
ผู้รับอนุญาต" หมายความว่า บุคคลผู้ได้รับประทานบัตร ใบอนุญาตอาชญาบัตรหรือผู้ได้รับอนุญาตให้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดตามพระราชบัญญัตินี้
                 (12) "
เครื่องมือประจำที่" หมายความว่า เครื่องมือทำการประมงซึ่งใช้วิธีลงหลัก ปัก ผูกขึง รั้ง หรือวิธีอื่นใดอันทำให้เครื่องมือนั้นอยู่กับที่ในเวลาทำการประมง
                 (13) "เครื่องมือในพิกัด"
หมายความว่าเครื่องมือทำการประมงซึ่งระบุชื่อลักษณะหรือวิธีใช้ไว้ในกฎกระทรวง
                 (14) "
เครื่องมือนอกพิกัด"หมายความว่าเครื่องมือทำการประมงซึ่งไม่ได้ระบุไว้ในกฎกระทรวงว่าเป็นเครื่องมือในพิกัด
                 (15) "
สถิติการประมง" หมายความว่า สถิติหรือข้อความที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำการค้าสินค้าสัตว์น้ำ การทำการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
                 (16) "
พนักงานเจ้าหน้าที่"หมายความว่า ข้าหลวงประจำจังหวัดและนายอำเภอท้องที่ พนักงานประมงและผู้ซึ่งรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้มีหน้าที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้
                 (17) "
อธิบดี" หมายความว่า อธิบดีกรมประมง
                 (18) "
รัฐมนตรี"หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 5ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และออกกฎกระทรวง กำหนดอัตราอากรและค่าธรรมเนียม ไม่เกินอัตราตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้และกำหนดกิจการอื่นๆเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
             
กฎกระทรวงนั้นเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
หมวด 1
ที่จับสัตว์น้ำ
มาตรา 6บรรดาที่จับสัตว์น้ำทั้งปวงให้กำหนดเป็น 4 ประเภท คือ
                      (1)
ที่รักษาพืชพันธุ์
                      (2)
ที่ว่าประมูล
                      (3)
ที่อนุญาต
                      (4)
ที่สาธารณประโยชน์
มาตรา 7 ให้คณะกรรมการจังหวัดโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดประเภทที่จับสัตว์น้ำ ภายในเขตท้องที่ของตนว่าเข้าอยู่ในประเภทที่รักษาพืชพันธุ์ ที่ว่าประมูลหรือที่อนุญาต
          
ที่จับสัตว์น้ำซึ่งมิได้ประกาศตามความในวรรคหนึ่งให้ถือเป็นที่สาธารณประโยชน์
มาตรา 8 ที่รักษาพืชพันธุ์ คือที่จับสัตว์น้ำซึ่งอยู่ในบริเวณพระอาราม หรือปูชนียสถานหรือติดกับเขตสถานที่ดังกล่าว และบริเวณประตูน้ำ ฝาย หรือทำนบหรือที่ซึ่งเหมาะแก่การรักษาพืชพันธุ์สัตว์น้ำ
มาตรา 9 ห้ามมิให้บุคคลใดทำการประมงหรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ในที่รักษาพืชพันธุ์เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี
           
ผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดให้
มาตรา 10 ที่ว่าประมูลคือที่จับสัตว์น้ำซึ่งสมควรจะให้บุคคลว่าประมูลผูกขาดทำการประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
           
การกำหนดที่จับสัตว์น้ำแห่งใดเป็นที่ว่าประมูลนั้นจะต้องไม่อยู่ในเขตชลประทานหลวง หรือไม่เป็นการเสียหายแก่การทำนาหรือการสัญจรทางน้ำ
มาตรา 11    ห้ามมิให้บุคคลใดทำการประมงหรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ในที่ว่าประมูลเว้นแต่ผู้ได้รับอนุญาต
                    
ผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
                    
การทำการประมงในที่ว่าการประมูล เฉพาะเพื่อบริโภคภายในครอบครัว ให้กระทำได้แต่ต้องใช้เครื่องมือทำการประมง ตามที่คณะกรรมการจังหวัดประกาศกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
มาตรา 12     ที่อนุญาตคือที่จับสัตว์น้ำซึ่งอนุญาตให้บุคคลทำการประมง หรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและรวมตลอดถึงบ่อล่อสัตว์น้ำ
มาตรา  13   ห้ามมิให้บุคคลใดทำการประมงหรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่อนุญาตเว้นแต่ผู้ได้รับอนุญาต
                    
ผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
มาตรา  14     ห้ามมิให้บุคคลใดขุดหรือสร้างบ่อล่อสัตว์น้ำ ในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
                    
ส่วนในที่ดินอันบุคคลถือกรรมสิทธิ์ บุคคลย่อมขุดหรือสร้างบ่อล่อสัตว์น้ำได้แต่ต้องไม่เป็นการเสียหายแก่พันธุ์สัตว์น้ำในที่รักษาพืชพันธุ์
มาตรา  15    ผู้รับอนุญาตมีหน้าที่ติดโคมไฟและเครื่องหมาย เพื่อความปลอดภัยของการสัญจรในทางน้ำตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา  16     ที่สาธารณประโยชน์   คือ    ที่จับสัตว์น้ำซึ่งทุกคนมีสิทธิทำการประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้
                    
บุคคลใดซึ่งทำการประมงหรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่สาธารณประโยชน์ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                    (
ความในมาตรา  17 เดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา  3 แห่ง พรบ.การประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2496 และใช้ความต่อไปนี้แทน)
                  
มาตรา  17     ห้ามมิให้บุคคลใดปลูกสร้างสิ่งใดลงไปในที่รักษาพืชพันธุ์ ที่ว่าประมูล ที่อนุญาตซึ่งไม่ใช่ที่ของเอกชน และที่สาธารณประโยชน์ หรือปลูกบัว ข้าว ปอพืชพันธุ์ไม้น้ำอื่นใด ตามที่จะได้มีพระราชกฤษฎีการะบุชื่อในที่เช่นว่านั้นเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
                    
ผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด
(ความในมาตรา  18 เดิม ถูกยกเลิกโดยมาตรา 4 แห่ง พรบ.การประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2496 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน)
                   
มาตรา  18     ห้ามมิให้บุคคลใดวิดน้ำในที่รักษาพืชพันธุ์ที่ว่าประมูล ที่อนุญาต ซึ่งมิใช่ที่ของเอกชน และที่สาธารณประโยชน์หรือบ่อล่อสัตว์น้ำ หรือทำให้น้ำในที่จับสัตว์น้ำเช่นว่านั้น แห้งหรือลดน้อยลงเพื่อทำการประมง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
                    
ผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด
 (ความในมาตรา  19 เดิม ถูกยกเลิกโดยมาตรา 5 แห่ง พรบ.การประมง(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน)
                   
มาตรา  19    ห้ามมิให้บุคคลใด เท ทิ้ง ระบายหรือทำให้วัตถุมีพิษตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ลงในที่จับสัตว์น้ำหรือกระทำการใดๆอันทำให้สัตว์น้ำมึนเมา หรือเท ทิ้ง ระบายหรือทำให้สิ่งใดลงไปในที่จับสัตว์น้ำ ในลักษณะที่เป็นอันตรายแก่สัตว์น้ำหรือทำให้สัตว์น้ำเกิดมลพิษเว้นแต่เป็นการทดลองเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่  
(ความในมาตรา  20 เดิม ถูกยกเลิกโดยข้อ  2  แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 105 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน)
                   
มาตรา  20     ห้ามมิให้บุคคลใดใช้กระแสไฟฟ้าทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำหรือใช้วัตถุระเบิดในที่จับสัตว์น้ำ ไม่ว่ากรณีใด เว้นแต่เพื่อประโยชน์ของทางราชการหรือได้รับอนุญาตจากอธิบดี
                (
ความในมาตรา  20 ทวิเดิม ถูกยกเลิกโดยข้อ  3  แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 105 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน)
                      
มาตรา  20 ทวิ    ห้ามมิให้บุคคลใดมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสัตว์น้ำโดยรู้ว่าได้มาโดยการกระทำความผิด ตามมาตรา 19  หรือ  มาตรา  20
มาตรา  21       ห้ามมิให้บุคคลใดทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่จับสัตว์น้ำ ซึ่งมิได้อยู่ในที่ดินอันบุคคลถือกรรมสิทธิให้ผิดไปจากสภาพที่เป็นอยู่เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
                   
ผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดให้
มาตรา  22     ห้ามมิให้บุคคลใด ติดตั้ง วางหรือสร้างเขื่อน ทำนบ รั้ว เครื่องมือที่เป็นตาข่ายหรือเครื่องมือทำการประมงอื่นๆในที่จับสัตว์น้ำ ซึ่งกางกั้นทางเดินของสัตว์น้ำเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือกระทำการเช่นว่านั้นเพื่อประโยชน์แก่การกสิกรรม ในที่ดินอันบุคคลถือกรรมสิทธิ
                   
ผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดให้ เช่นบันไดปลาโจนหรือเครื่องอุปกรณ์อื่นๆ หรือให้สัตว์น้ำว่ายขึ้นลงได้
 
หมวด  2
บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ
มาตรา  23 ห้ามมิให้บุคคลใด ขุดหรือสร้างบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
               
ผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต
มาตรา  24    การทำการประมงในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำไม่ต้องขออนุญาตและไม่ต้องเสียอากรตามพระราชบัญญัตินี้
หมวด 3
การจดทะเบียนและการขออนุญาต
มาตรา  25     ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกประกาศกำหนดให้ผู้มีอาชีพในการประมง การค้าสินค้าสัตว์น้ำผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ และอุตสาหกรรมสัตว์น้ำตามที่จะได้มีพระราชกฤษฎีการะบุไว้ในท้องที่ใดๆ มาจดทะเบียนได้และจะกำหนดให้ผู้มีอาชีพเช่นว่านี้มาขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เสียก่อนดำเนินอาชีพเช่นว่านั้นโดยให้เสียค่าธรรมเนียมหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัตินี้ก็ได้
มาตรา  26     ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกประกาศกำหนดให้เจ้าของ หรือผู้ครอบครองเครื่องมือทำการประมงชนิดหนึ่งชนิดใดในท้องที่ใดๆ จดทะเบียนการมีไว้ในครอบครองซึ่งเครื่องมือนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา  27     เมื่อมีกรณีจำเป็นแก่ราชการหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยอนุมัติรัฐมนตรีข้าหลวงประจำจังหวัด อาจสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาต หรือประทานบัตรรายใดๆก็ได้ในกรณีเช่นว่านี้ให้ผู้รับอนุญาตได้รับเงินอากรเฉพาะส่วนที่ต้องเพิกถอน
มาตรา   28        บุคคลใดจะใช้เครื่องมือในพิกัดทำการประมงได้ต่อเมื่อ ได้รับอาชญาบัตรระบุชื่อบุคคลนั้น และเสียเงินอากรตามพรบ.นี้แล้ว
                   
รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศยกเว้นไม่ต้องให้รับอาชญาบัตรสำหรับเครื่องมือทำการประมงอย่างหนึ่งอย่างใดในท้องที่ใดๆก็ได้
                    (
มาตรา  28 ทวิ เพิ่มเติมโดยมาตรา  6  แห่งพระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528)
                   
มาตรา  28 ทวิ บุคคลใดเป็นเจ้าของเรือใช้หรือยอมให้ใช้เรือของตนทำการประมง หรือเพื่อทำการประมงจนเป็นเหตุให้มีการละเมิดน่านน้ำของต่างประเทศ และทำให้คนประจำเรือหรือผู้โดยสารไปกับเรือต้องตกค้างอยู่ ณ ต่างประเทศบุคคลนั้นมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณากำหนดค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายอื่นๆ อันเกิดจากการละเมิดน่านน้ำของต่างประเทศ ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง มีจำนวนไม่เกิน 7 คน ภายในสามสิบวันนับแต่วันรับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยดังกล่าว
                   
ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งคำวินิจฉัยแก่บุคคลตามวรรคหนึ่งเพราะไม่พบตัวบุคคลดังกล่าวหรือไม่มีผู้ใดยอมรับแทนให้ถือว่าบุคคลดังกล่าวได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแล้วในเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ส่งคำวินิจฉัยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือปิดคำวินิจฉัยไว้ในที่เห็นได้ง่าย ณ สำนักงานภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ของบุคคลดังกล่าวโดยมีพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นพยานในการนั้น
มาตรา  29     เครื่องมือในพิกัดซึ่งได้รับอาชญาบัตรในท้องที่จังหวัดใดแล้วถ้าบุคคลใดประสงค์จะนำไปใช้ทำการประมงในท้องที่จังหวัดอื่นซึ่งจะต้องเสียเงินอากรสูงกว่าจะต้องเสียเงินอากรเพิ่มเติมให้ครบตามอัตราในท้องที่นั้นเสียก่อนจึงจะใช้เครื่องมือนั้นได้
มาตรา  30     บุคคลใดประสงค์จะทำการประมงในที่อนุญาต ต้องขออนุญาตและเสียเงินอากรตาม พรบ.และเงินซึ่งผู้นับอนุญาตที่จะต้องชำระโดยการประมูล ให้ถือว่าเป็นเงินอากรตาม พรบ.นี้
                   
รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศยกเว้นไม่ต้องเสียเงินอากรค่าขออนุญาตในที่อนุญาตรายตัวบุคคลได้ ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าได้รับอนุญาตแล้ว
มาตรา  31     ห้ามมิให้บุคคลใดตั้ง หรือปักหรือสร้างเครื่องมือประจำที่ ลงในที่สาธารณประโยชน์ ส่วนที่จับสัตว์น้ำอื่นๆห้ามมิให้บุคคลใดกระทำการเช่นว่านั้นโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา  32     รัฐมนตรีหรือข้าหลวงประจำจังหวัดโดยอนุมัติรัฐมนตรี เฉพาะเขตท้องที่ตนมีอำนาจประกาศกำหนดได้ดังต่อไปนี้
                                            (1)
กำหนดขนาดตาและระยะช่องเครื่องมือทำการประมงทุกชนิด กำหนดขนาด ชนิด จำนวนและส่วนประกอบของเครื่องมือทำการประมงที่อนุญาตให้ใช้ในที่จับสัตว์น้ำ
                                            (2)
กำหนดมิให้ใช้เครื่องมือทำการประมงอย่างหนึ่งอย่างใดในที่จับสัตว์น้ำอย่างเด็ดขาด
                                            (3)
กำหนดระยะที่ตั้งเครื่องมือประจำที่ให้ห่างกันเพียงใด
                                            (4)
กำหนดวิธีใช้เครื่องมือทำการประมงต่างๆ
                                            (5)
กำหนดฤดูปลาที่มีไข่และวางไข่เลี้ยงลูก กำหนดเครื่องมือที่ให้ใช้และกำหนดวิธีทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำใดๆในฤดูดังกล่าว
                                            (6)
กำหนดชนิด ขนาด และจำนวนอย่างสูงของสัตว์น้ำที่อนุญาตให้ทำการประมง
                                            (7)
กำหนดมิให้ทำการประมงสัตว์น้ำชนิดหนึ่งชนิดใดโดยเด็ดขาด
มาตรา  33      การโอนประทานบัตร ใบอนุญาตและอาชญาบัตร และการออกใบแทนเอกสารเช่นว่านั้น และการสลักหลังอาชญาบัตรเพื่อแก้ไขหรือเพิ่มเติมผู้มีสิทธิใช้เครื่องมือทำการประมงจะต้องเสียค่าธรรมเนียมตาม พรบ. นี้
                   
ใบอนุญาตหรืออาชญาบัตรใดซึ่งหมดอายุแล้ว แต่ได้ยื่นคำขอต่ออายุก่อนวันสิ้นอายุมิให้ถือว่าการทำการประมงหรือการใช้เครื่องมือนั้นเป็นการกระทำโดยมิได้รับอนุญาตตาม พรบ.นี้จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะได้แจ้งว่าไม่อนุญาต
มาตรา  34     ห้ามมิให้บุคคลใดทำการประมงหรือทำการใดๆ ในเครื่องมือประจำที่ของผู้รับอนุญาตหรือในบริเวณที่ตั้งเครื่องมือเช่นว่านั้นตามที่คณะกรรมการจังหวัดจะได้ประกาศกำหนดเขตโดยอนุมัติรัฐมนตรี 
มาตรา  35     ผู้รับอนุญาตจะต้องนำประทานบัตรใบอนุญาต และอาชญาบัตร ติดตัวไปด้วยเสมอในเวลาไปทำการประมงและต้องนำออกแสดงเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ขอตรวจ
มาตรา  36     ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตกระทำการฝ่าฝืนพรบ.นี้ หรือปฏิบัติผิดเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประทานบัตร ใบอนุญาต หรืออาชญาบัตรหรือค้างเงินอากรที่เกี่ยวกับประทานบัตร ใบอนุญาต หรืออาชญาบัตรพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งเพิกถอนประทานบัตร ใบอนุญาตหรืออาชญาบัตรนั้นเสียก็ได้
มาตรา  37     ในขณะใด หรือในท้องที่ใดยังไม่สมควรจะเก็บเงินอากรให้ประกาศยกเว้น โดยพระราชกฤษฎีกา
มาตรา  38     โดยอนุมัติรัฐมนตรีให้คณะกรรมการจังหวัดมีอำนาจยกเว้น งดหรือคืนอากรค่าประทานบัตร ใบอนุญาตและอาชญาบัตร ให้บางส่วนหรือทั้งหมด ตามแต่จะเห็นสมควร
มาตรา  39     โดยอนุมัติรัฐมนตรีให้คณะกรรมการจังหวัดมีอำนาจสั่งอนุญาตให้ผ่อนเวลาชำระเงินอากรได้ตามที่เห็นสมควร
                   
สำหรบเงินอากรที่ค้างนั้น ผู้รับอนุญาตจะต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละสิบต่อปีของเงินอากรและเงินดอกเบี้ยนี้ ให้ถือเป็นเงินอากรค้าง
มาตรา 40     ถ้าผู้รับอนุญาตค้างชำระอากรให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังต่อไปนี้
                                           (1)   
ประกาศหรือแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับอนุญาตนำเงินอากรที่ค้างมาชำระภายในเวลาที่เห็นสมควร
                                           (2)   
เมื่อได้ดำเนินการตามอนุมาตรา (1) แล้ว ผู้รับอนุญาตยังเพิกเฉยอยู่พนักงานเจ้าหน้าที่อาจสั่งให้หยุดทำการประมง
                                           (3)   
จัดการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ผู้รับอนุญาตนำมาวางเป็นหลักประกันหรือจัดการเรียกร้องให้ผู้ค้ำประกันชำระอากรแทนผู้รับอนุญาตเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้คิดชำระเงินอากรและค่าใช้จ่ายในการขายทอดตลาดจนครบเหลือเท่าใดให้คืนแก่ผู้รับอนุญาตหรือผู้ค้ำประกันแล้วแต่กรณี
มาตรา  41     เงินอากรที่ค้างชำระนั้นพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดและจัดการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้รับอนุญาตแต่พอคุ้มกับเงินอากรที่ค้างชำระรวมทั้งค่าใช้จ่ายในการยึดและการขายทอดตลาด                            
มาตรา  42     ประทานบัตร ใบอนุญาตหรืออาชญาบัตรที่ถูกสั่งเพิกถอน ตามมาตรา 36 นั้น อากรที่ชำระแล้วจะเรียกคืนมิได้
มาตรา  43     กำหนดอายุอาชญาบัตรสำหรับการขออนุญาตและเสียเงินอากรนั้น ให้เริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน ถึง วันที่ 31 มีนาคม 
มาตรา  44     ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 43 เพื่อประโยชน์แก่การเก็บอากร โดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้คณะกรรมการจังหวัดมีอำนาจประกาศกำหนดฤดูกาลทำการประมง ตามความเหมาะสมแห่งท้องที่โดยให้นับเวลาสิบสองเดือนเป็นหนึ่งฤดู และให้ถือระยะเวลาดังกล่าวแล้วเป็นระยะเวลาสำหรับการขออนุญาตและเสียอากรสำหรับหนึ่งปี
มาตรา  45     ในการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องออกไปตรวจสอบ หรือกำหนดที่ตั้งเครื่องมือประจำที่ให้แก่ผู้ขออนุญาตใช้เครื่องมือให้ผู้ขออนุญาตจัดหาพาหนะรับและส่งพนักงานเจ้าหน้าที่หรือออกค่าใช้จ่ายให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่เท่าที่จำเป็นและจ่ายจริง ตามแต่ผู้ขออนุญาตจะเลือก
มาตรา  46     ในกรณีที่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจออกประทานบัตร ใบอนุญาต และอาชญาบัตรไม่ยอมออกเอกสารเช่นว่านั้น ให้บุคคลผู้มีส่วนได้เสียอุทธรณ์ไปยังรัฐมนตรีได้โดยยื่นอุทธรณ์ต่อเจ้าพนักงานเช่นว่านั้น ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่งคำอุทธรณ์นั้นให้เจ้าพนักงานเช่นว่านั้นเสนอรัฐมนตรีโดยมิชักช้าคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด
หมวด  4
สถิติการประมง
มาตรา  47     ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศให้ทำการเก็บสถิติการประมงในท้องที่ใดๆได้ตามที่เห็นสมควร
มาตรา  48     เมื่อได้มีประกาศตามความในมาตรา  47  แล้ว อธิบดีอาจขอให้ผู้หนึ่งผู้ใดที่มีอาชีพเกี่ยวกับสัตว์น้ำ ส่งรายการข้อความจำนวนเกี่ยวกับสถิตินั้นได้
มาตรา  49     คำขอของอธิบดีนั้น ให้ทำเป็นหนังสือระบุชื่อเจ้าของกิจการ ผู้จัดการ หรือผู้แทนและให้กำหนดเวลา สถานที่และวิธีการยื่น
มาตรา  50     บุคคลซึ่งได้รับคำขอตามมาตรา  48  ต้องกรอกคำตอบลงในแบบพิมพ์แสดงรายการข้อความ จำนวนตามที่รู้เห็นพร้อมทั้งลงชื่อกำกับ และจัดการยื่นตามกำหนดเวลา ณสถานที่และวิธีการที่กำหนดในคำขอ
มาตรา  51     ถ้ามีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากรัฐมนตรีเพื่อการนี้มีอำนาจเข้าในสถานที่ทำการของผู้รับคำขอในเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก เพื่อทำการตรวจสอบจดข้อความจำนวนเกี่ยวกับสถิติการประมง และให้เป็นหน้าที่ของผู้รับคำขอหรือผู้แทน ตอบคำถามอำนวยความสะดวก และช่วยเหลือพนักงานเจ้าหน้าที่ในการนี้
 
หมวด  5
การควบคุม
มาตรา  52     โดยอนุมัติรัฐมนตรีให้คณะกรรมการจังหวัดให้คณะกรรมการจังหวัดมีอำนาจประกาศห้ามมิให้บุคคลอื่นนอกจากผู้รับอนุญาตเข้าไปในที่จับสัตว์น้ำแห่งหนึ่งแห่งใดเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้รับอนุญาตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน
( ความในมาตรา 53 เดิม ถูกยกเลิกโดยมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน )
             
มาตรา 53     ห้ามมิให้บุคคลใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำ หรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำชนิดใดชนิดหนึ่ง ตามที่ระบุไว้ในพระราชกฤษฎีกา หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำชนิดใดชนิดหนึ่งเกินจำนวนหรือปริมาณหรือเล็กกว่าขนาดที่ระบุไว้ในพระราชกฤษฎีกาเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
ในกรณีที่สัตว์น้ำห้ามบุคคลมีไว้ในครอบครองเป็นชนิดที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายหรือทรัพย์สินของบุคคลหรือสาธารณชนให้กำหนดลักษณะของสัตว์น้ำนั้นว่าจะมีอันตรายอย่างใดและกำหนดเวลาสำหรับผู้ซึ่งมีสัตว์น้ำนั้นในครอบครองอยู่แล้วส่งมอบสัตว์น้ำนั้นให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ไว้ในพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งด้วย
การขออนุญาตและการอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
บุคคลใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำในวันที่พระราชกฤษฎีกาออกตามความวรรคหนึ่งใช้บังคับถ้าประสงค์จะมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำนั้นต่อไปต้องยื่นคำขออนุญาตตามวรรคสาม ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวใช้บังคับ เว้นแต่ในกรณีสัตว์น้ำตามวรรคสองจะขออนุญาตหรืออนุญาตมิได้ และในระหว่างเวลาที่กำหนดสำหรับการขออนุญาตจนถึงวันที่ได้รับคำสั่งไม่อนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่มิให้นำมาตรา 67 ทวิ มาบังคับใช้
ในกรณีที่บุคคลตามวรรคสี่ยื่นคำขออนุญาตแล้ว แต่ไม่ได้รับอนุญาตอธิบดีมีอำนาจสั่งให้บุคคลดังกล่าวส่งมอบสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเจ็ดวันนับตั้งแต่วันได้รับคำสั่ง
ในกรณีการส่งมอบสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำตามวรรคสองหรือวรรคห้าให้กรมประมงคิดราคาสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำดังกล่าวตามสมควรแก่ผู้ส่งมอบ
ความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ วรรคห้า และวรรคหกมิให้ใช้บังคับแก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือกิจการอื่นเฉพาะที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศใช้ราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 54     ห้ามมิให้นำสัตว์น้ำชนิดหนึ่งชนิดใดตามที่ระบุในพระราชกฤษฎีกา เข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา 55     ห้ามมิให้บุคคลใดนำสัตว์น้ำชนิดหนึ่งชนิดใดตามที่ระบุในพระราชกฤษฎีกาไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำแห่งหนึ่งแห่งใดเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา 56     ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจที่จะเข้าไปในที่จับสัตว์น้ำแห่งใดๆหรือเรือทำการประมงของบุคคลใดๆเพื่อตรวจการทำการประมง เครื่องมือทำการประมงสัตว์น้ำ หลักฐาน บัญชี และเอกสารต่างๆของผู้รับอนุญาตได้ทุกเมื่อผู้รับอนุญาตต้องอำนวยความสะดวกและชี้แจงแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ทุกประการ
มาตรา 57     เมื่อปรากฏว่าบุคคลใดกระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า กระทำการเช่นว่านั้นให้พนักงานเจ้หน้าที่มีอำนาจจับกุมผู้นั้นพร้อมด้วยเรือ เครื่องมือทำการประมงสัตว์น้ำ และสิ่งอื่นๆที่ใช้ในการกระทำความผิดเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
มาตรา 58     ให้ข้าหลวงประจำจังหวัดมีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้รับอนุญาตรื้อถอนเครื่องมือทำการประมงสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งใดๆในที่จับสัตว์น้ำ ซึ่งกระทำโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้หรือซึ่งประทานบัตรหรือใบอนุญาตได้สิ้นอายุแล้ว บรรดาที่เป็นของผู้รับอนุญาตค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนดังกล่าวแล้ว ให้ผู้รับอนุญาตเป็นผู้ออก
มาตรา 59     ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจทำการรื้อถอนทำลาย หรือยึดเครื่องมือซึ่งตั้งอยู่ในที่จับสัตว์น้ำโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้และสิ่งต่างๆซึ่งระบุไว้ในมาตรา 58 ในกรณีที่ผู้รับคำสั่งไม่ได้รื้อถอนไปภายในเวลาอันสมควรค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนดังกล่าวให้ผู้รับอนุญาตหรือผู้ฝ่าฝืนเป็นผู้ออก
มาตรา 60     การประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ถ้ามิได้กำหนดวิธีการไว้เป็นพิเศษในพระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้ทำหนังสือปิดไว้ ณที่ว่าการอำเภอ และศาลากลางจังหวัดท้องที่เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
หมวด 6
บทกำหนดโทษ

                    (
ความในมาตรา 61 เดิม ถูกยกเลิกโดยมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน )
               
มาตรา 61     บุคคลใดฝ่าฝืนมาตรา 11 มาตรา 14 มาตรา 15 มาตรา 16 วรรคสอง มาตรา 23 มาตรา 31 มาตรา34 หรือมาตรา 52 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือทั้งปรับทั้งจำ
( ความในมาตรา 62 เดิม ถูกยกเลิกโดยมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน )
               
มาตรา 62     บุคคลใดฝ่าฝืนมาตรา 9 มาตรา 13 มาตรา 17 มาตรา 18 มาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 30 มาตรา 54 หรือมาตรา 55 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือทั้งปรับทั้งจำ
( ความในมาตรา 62 ทวิ เดิม ถูกยกเลิกโดยมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน )
               
มาตรา 62 ทว     บุคคลใดฝ่าฝืนมาตรา 19 หรือมาตรา 20 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปีและปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท
มาตรา 62 ตร     บุคคลใดฝ่าฝืนมาตรา 20 ทวิ มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีและปรับไม่เกินห้าพันบาท
มาตรา 63     บุคคลใดไม่ปฏิบัติตามประกาศของรัฐมนตรีที่ออกตามมาตรา 25 หรือ มาตรา 26 มีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาทหรือจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ
( ความในมาตรา 64 เดิม ถูกยกเลิกโดยมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน )
               
มาตรา 64     บุคคลใดใช้เครื่องมือทำการประมงซึ่งต้องมีอาชญาบัตร ตามพระราชบัญญัติ โดยไม่มีอาชญาบัตร ตามมาตรา 28 หรือมิได้เสียเงินอากรเพิ่มเติม ตามมาตรา 29 ต้องระวางโทษ ปรับสามเท่าของเงินอากรและให้อธิบดีหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่อธิบดีมอบหมายมีอำนาจเปรียบเทียบได้
               
เมื่อผู้กระทำความผิดได้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายในสิบห้าวันให้คดีนั้นเป็นอันเลิกกัน
( มาตรา 64 ทวิ เพิ่มเติมโดยมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 )
               
มาตรา 64 ทว     บุคคลใดไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการตามมาตรา 28 ทวิต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปีหรือทั้งปรับทั้งจำ
( ความในมาตรา 65 เดิม ถูกยกเลิกโดยมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน )
               
มาตรา 65     บุคคลใดฝ่าฝืนประกาศของรัฐมนตรีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งประกาศตามความในมาตรา 32 ต้องระวางโทษ ปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา 66     ผู้รับอนุญาตใดไม่ปฏิบัติตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 35 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท
มาตรา 67     บุคคลซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 50 หรือมาตรา 51 หรือมาตรา 56 ละเลยไม่ปฏิบัติการเช่นว่านั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
( มาตรา 67 ทวิ เพิ่มเติมโดยมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 )
               
มาตรา 67 ทว     บุคคลใดฝ่าฝืนมาตรา 55 วรรคหนึ่งหรือวรรคห้า ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
               
ถ้าหากปรากฎว่าสัตว์น้ำนั้นเป็นสัตว์น้ำชนิดที่อาจก่อให้เกิดอันตรายตามมาตรา 53 วรรคสอง ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินหนึ่งแสนสองหมื่นบาทหรือจำคุกไม่เกินหกปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา 68     ผู้รับอนุญาตใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของข้าหลวงประจำจังหวัด ซึ่งสั่งตามมาตรา 58 มีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือทั้งปรับทั้งจำ
( ความในมาตรา 69 เดิม ถูกยกเลิกโดยข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 105 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน)
               
มาตรา 69     เครื่องมือทำการประมง เรือ สัตว์น้ำ และสิ่งอื่นๆที่ใช้ในการกระทำความผิดหรือได้มาโดยการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ศาลจะริบเสียก็ได้แต่ถ้าเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 19 หรือมาตรา 20 ให้ศาลริบสิ่งเช่นว่านั้นเสียทั้งสิ้น
มาตรา 70     เครื่องมือทำการประมงที่ได้มีประกาศตามความในมาตรา 32 ห้ามมิให้บุคคลใดใช้โดยเด็ดขาดนั้น ถ้านำมาใช้ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำให้ศาลริบเครื่องมือนั้นเสีย
มาตรา 71     ผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ต้องจ่ายเงินบำเหน็จแก่ผู้นำจับตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด แต่ต้องไม่เกินสองพันบาทและต้องชดใช้เงินซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการไปตามมาตรา 59 ในกรณีที่ศาลลงโทษผู้กระทำความผิดให้ศาลพิพากษาให้ผู้กระทำความผิดชำระเงินดังกล่าวแล้ว ถ้าไม่ชำระให้จัดการตามมาตรา 18 แห่งกฎหมายลักษณะอาญา โดยถือเสมือนว่าเป็นค่าปรับ
มาตรา 72     บุคคลใดทำลาย ถอดถอนหรือทำให้โคมไฟเครื่องหมายหลักเขต แผ่นประกาศ หรือสิ่งอื่นๆที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำไว้ในที่จับสัตว์น้ำบุบสลาย หรือเสียหายด้วยประการใดๆมีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือทั้งปรับทั้งจำ
บทเฉพาะกาล
มาตรา 73    ในกรณีที่ได้มีประกาศกำหนดประเภทที่จับสัตว์น้ำไว้ก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ให้ถือว่าเป็นประกาศที่ออกตามมาตรา 7 แหง่พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้เป็นต้นไป
               
ประทานบัตร อาชญาบัตรและใบอนุญาตที่ออกก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเป็น ประทานบัตร อาชญาบัตรและใบอนุญาตที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี และให้คงใช้ต่อไปได้จนหมดอายุแห่งประทานบัตร อาชญาบัตร และใบอนุญาตนั้นๆ
 
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเรือตรี ถ.ธำรงนาวาสวัสดิ์
          
นายกรัฐมนตรี
 



กฎหมายการประมง

พระราชบัญญัติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 (ฉบับ Update ล่าสุด)
กฎหมายน่ารู้ก่อนนำเข้าหรือส่งออก สัตว์น้ำ รวมถึงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กุ้ง
พระราชบัญญัติกรมประมงฉบับใหม่
ระเบียบกรมประมง 2551
พระราชบัญญัติการประมง ฉบับที่3
ระเบียบกรมประมง 2547



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ราชันย์ฟาร์ม ฟาร์มเลี้ยงกุ้งขาวชีวภาพ
ตำบลท่ากุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดตราด