ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot


โรคกุ้งขาว
เกษตกรยุคใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล
ศูนย์วิจัยประมง shrimp man
เว็บไซด์กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หน่วยงานรัฐบาล
\Desktop\Development-of-the-Shrimp-Research-Network-in-Thailand
สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง กรมประมง
สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ. National Institute of Animal Health
ศูนย์วิจัยและพัฒนาชายฝั่งจันทบุรี


โรติเฟอร์

 

โรติเฟอร์

อนุกรมวิธาน  Phylum : Rotifera
Class : Monogononta
Order : Ploima
Family : Brachionidae
Genus : Brachionus
โรติเฟอร์เป็นแพลงก์ตอนสัตว์ที่พบได้ทั้งน้ำจืดน้ำกร่อยและน้ำเค็ม เท่าที่สำรวจพบมีมากกว่า 1,800 ชนิด โดยส่วนใหญ่อาศัยในน้ำจืดมีความสำคัญในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มใช้เป็นอาหารมีชีวิตสำหรับอนุบาลลูกปลาวัยอ่อนมาเป็นเวลานานและนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเนื่องจากเป็นอาหารมีชีวิตที่มีขนาดเล็กและมีคุณค่าทางอาหารสูงนิยมใช้โรติเฟอร์ในการอนุบาลลูกปลาเนื่องจากเป็นอาหารที่มีชีวิตมีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยเป็นองค์ประกอบซึ่งสัตว์น้ำสามารถนำไปใช้ช่วยย่อยได้โดยเฉพาะลูกปลาที่การพัฒนาของน้ำย่อยยังไม่สมบูรณ์และเป็นตัวนำที่ดีของอาหารเสริมและยา เช่น กรดไขมันและสารปฏิชีวนะนอกจากนี้ยังพบว่าโรติเฟอร์มีองค์ประกอบของกรดอะมิโนอิสระซึ่งลูกปลาสามารถนำไปใช้ได้ทันทีและเนื่องจากในระยะแรกของการให้อาหารอนุบาลลูกปลานี้ต้องคำนึงถึงขนาดของปากลูกปลาด้วยดังนั้นอาหารที่ให้ต้องมีขนาดเล็กพอเหมาะกับขนาดปากของลูกปลาใกล้เคียงกับอาหารมีชีวิตชนิดอื่นๆเนื่องจากมีขนาดลำตัวเล็ก ตั้งแต่ 0.06-1.00 มิลลิเมตร เคลื่อนไหวช้าและสามารถแพร่พันธุ์ได้รวดเร็วในระยะเวลาสั้นๆ โดยเฉพาะสกุล Brachionus หลายชนิดจะถูกเพาะขยายพันธุ์เพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์น้ำวัยอ่อน เช่นโรติเฟอร์น้ำเค็ม Brachionus rotundiformis Tschugunoff Brachionus plicatilis โรติเฟอร์น้ำจืด Brachionus calyciforus Pallas
 
รูปร่างลักษณะ
ลำตัวโรติเฟอร์แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ หัว (head) ลำตัว (trunk) และ เท้า (foot) ส่วนหัวเป็นส่วนสั้น ๆ และแคบ ประกอบด้วยวงขนเรียกว่า corona ซึ่งเมื่อเคลื่อนไหวจะดูเหมือนวงล้อที่หมุน จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า wheel organ รูปร่างของ corona แตกต่างกันไปตามกลุ่มของโรติเฟอร์ลำตัวของโรติเฟอร์มักหุ้มด้วย ลอริกา ซึ่งบางหรือหนาก็ได้ตามชนิดลอริกานี้ประกอบด้วยไคติน บนลอริกาอาจมีหนาม ตุ่ม หรือเครื่องประดับอย่างอื่นโรติเฟอร์ส่วนใหญ่มีหนวดที่ใช้รับความรู้สึก (sensory antenna) ซึ่งอยู่ด้านหลังเรียกว่า dorsal antenna จำนวน 1 เส้น แ..ละอยู่ข้างลำตัวอีก 1 คู่ เรียกว่า lateral antennae foot ของโรติเฟอร์เรียวยาวมีลักษณะเป็นวงต่อกัน หรือแบ่งเป็นปล้องแต่ละปล้องค่อนข้างแข็งเพราะประกอบด้วยไคติน ทำให้ foot ของโรติเฟอร์สามารถ ยืดหดได้เหมือนกับกล้องส่องทางไกล ปลายล่างของ foot มีนิ้วเท้า (toes) 2 นิ้ว ที่นิ้วเท้านี้จะมีท่อติดต่อกับต่อมที่สร้างสารเหนียว (pedal gland) สำหรับยึดเกาะกับพื้น โรติเฟอร์หลายสกุลไม่มี foot เช่น สกุล Keratella, Polyarthra, Asplanchna เป็นต้น และหลายสกุลที่สามารถพัฒนา foot เพื่อยึดเกาะกับพื้น โดยเฉพาะในพวก sessile หรือเบนโธส เช่น สกุล Floscularia ของ Class Bdelloidea foot ของโรติเฟอร์ใน class นี้แคบกว่าส่วนของ trunk และแบ่งเป็นปล้อง แต่ละปล้องสามารถยืดหดตัวได้ดีโดยปล้องที่มีขนาดเล็กจะหดเข้าอยู่ในปล้องที่มีขนาดใหญ่กว่าตามลำดับคล้ายกับกล้องส่องทางไกล นอกจากนี้พวก bdelloid rotifer ยังสามารถดึงส่วนหัวและ foot เข้าไว้ในลำตัวได้เช่นเดียวกัน ลักษณะของ corona ใช้แยกกลุ่มได้โดยโรติเฟอร์ที่มีวิวัฒนาการต่ำจะมี corona ที่มีวงขนแบบง่าย (simple) บริเวณรอบส่วนหัวเรียกว่า circumapical field หรือ circumoral field ดังนั้นส่วนบนสุดของหัวที่ล้อมรอบด้วยวงขนจึงเรียกว่า apical field รอบปากก็มีวงขนเช่นกันเรียกว่า buccal field corona ของ bdelloid rotifer นอกจากมีขนาดเล็กมากแล้วยังแบ่งออกเป็น 2 วง อีกด้วยโดยวงหนึ่งอยู่ด้านบนอีกวงอยู่ด้านล่าง วงขนที่อยู่ด้านบน เรียกว่า trochus ส่วนวงที่อยู่ด้านล่าง เรียกว่า cingulum trochus ของโรติเฟอร์หลายชนิดมีลักษณะเป็นวงขนแยกกัน 2 วง เรียกว่า trochal disc ซึ่งวงทั้งสองนี้อาจยืดออกหรือหดตัวตามจังหวะของการกินอาหารหรือการเคลื่อนที่
 

 
 

การกินอาหารและการย่อยอาหาร (Feeding and digestion)
 
โรติเฟอร์กินอาหารได้หลายวิธี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของ corona และส่วนของ trophi ซึ่งอยู่ใน mastax พวกที่กินอาหารที่ซึ่งลอยอยู่ในน้ำจะมี corona ใหญ่และมี trophi ชนิดที่ใช้บด โรติเฟอร์ที่กินอาหารแบบนี้ ได้แก่พวกที่อาศัยบนพื้นหรือ bdelloid rotifer (Class Digononta) ที่มี corona แบบ trochal disc และมี trophi ชนิด ramate ส่วน meiofauna โรติเฟอร์ใน Class Monogononta เป็นพวกที่มี trochus 1 วง cingulum 1 วง และมี malleate trophi โรติเฟอร์กลุ่มที่เป็น meiofauna โดยทั่วไปกินสารอินทรีย์และสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วโดยอาหารจะถูกพัดเข้าสู่ช่องปากโดยวงขนของ corona
โรติเฟอร์ที่กินอาหารโดยการฉีก ได้แก่โรติเฟอร์หลายชนิดด้วยกันที่อยู่ใน Class Monogononta เนื่องจากขนาดของ corona เล็กและใช้สำหรับว่ายน้ำเพียงอย่างเดียว ฉะนั้นโรติเฟอร์จึงจับอาหารโดยการยึดส่วนของ trophi ออกมานอกช่องปาก ชนิดของ trophi ที่พบส่วนใหญ่ ได้แก่ forcipitate หรือ incudate อาหารของโรติเฟอร์ที่กินอาหารแบบฉีก ได้แก่ สัตว์ขนาดเล็กแต่บางชนิดก็สามารถกินอาหารพวกพืชขนาดใหญ่ได้เช่นกัน อาหารจะถูกย่อยทั้งตัวหรืออาจถูกบดโดย trophi ใน mastax จนขนาดของอาหารเล็กลง หรือโดยการใช้ปลาย trophy แทงและดูดของเหลวจากอาหารเข้าสู่ลำตัวก็ได้
 
ระบบสืบพันธุ์ (Reproductive system)
โรติเฟอร์มีการสืบพันธุ์ 2 แบบ คือ แบบมีเพศและไม่มีเพศ ดังนี้
 
1. การสืบพันธุ์แบบมีเพศ (Sexual reproduction) ประชากรโรติเฟอร์มีเพศเมียมากกว่าเพศผู้เพศเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าและมีระบบต่าง ๆ พัฒนาดีกว่าเพศผู้มากโรติเฟอร์ที่มีการสืบพันธุ์แบบไม่มีเพศส่วนใหญ่อยู่ใน Class Monogononta ระบบสืบพันธุ์ของโรติเฟอร์ อวัยวะของเพศผู้ประกอบด้วย testis 1 อัน (ยกเว้น Class Seisonidea ที่มี 1 คู่) ท่อนำสเปิร์มและช่องเปิดของสเปิร์ม (gonopore) ซึ่งผนังของท่อจะม้วนงอเพื่อเป็นอวัยวะผสมพันธุ์ และมีต่อม prostatic glands ซึ่งบางครั้งอยู่ที่ผนังของท่อสเปิร์ม ตัวผู้มีช่วงชีวิตสั้นและระบบย่อยอาหารเล็กมาก อวัยวะที่เจริญดี ได้แก่อวัยวะที่ใช้เคลื่อนที่และระบบสืบพันธุ์ Class Bdelloidea ไม่มีเพศผู้ฉะนั้นจึงสืบพันธุ์ด้วยวิธี parthenogenesis แต่เพียงอย่างเดียว
โรติเฟอร์เพศเมียใน Class Digononta หรือ Bdelloidea มี gervitellarium เป็นคู่ แต่ใน Class Monogononta มี germovitellarium เพียง 1 ข้างเท่านั้น germovitellarium เป็นถุงประกอบด้วยเซลล์ที่มี nucleus ขนาดใหญ่ 2-3 อัน เมื่อไข่แต่ละฟองใกล้จะโตเต็มที่เคลื่อนลงมาสู่เบื้องล่างเพื่อเตรียมออกสู่ท่อนำไข่ germovitellarium จะสร้าง yolk ให้ไข่เมื่อไข่เจริญเต็มที่จะออกสู่ภายนอกโดยผ่านทางท่อนำไข่ (oviduct) ซึ่งมีขนาดสั้นและออกนอกตัวทาง cloaca การผสมของไข่และสเปิร์มเป็นแบบภายในไข่เมื่อได้รับการผสมแล้วจะสร้างเยื่อหุ้มและไข่อาจถูกปล่อยลงสู่พื้นหรืออยู่ภายในตัวแม่หรือติดกับตัวแม่จนกว่าจะฟักเป็นตัว

 
 
 
 

2. แบบไม่อาศัยเพศโรติเฟอร์มีการขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วด้วยวิธีการผสมพันธุ์แบบไม่มีเพศ โดยมีไข่ 1-2 ฟอง และเมื่อไข่ฟักจะเป็นโรติเฟอร์เพศเมียทั้งหมดซึ่งจะเจริญเป็นตัวเต็มวัยและจะสืบพันธุ์แบบไม่มีเพศเพียงอย่างเดียวเมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสมเช่น เมื่อมีอาหารอุดมสมบูรณ์ อุณหภูมิน้ำเหมาะสมแต่เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปโรติเฟอร์จะสืบพันธุ์แบบมีเพศวงจรชีวิตของโรติเฟอร์ในสภาวะที่มีการสืบพันธุ์แบบไม่มีเพศ พบว่าไข่ที่ติดอยู่กับโรติเฟอร์เพศเมียจะใช้เวลาฟักเป็นตัวอ่อนประมาณ 7.4 ชั่วโมงตัวอ่อนมีขนาดเฉลี่ยประมาณ 79.9x117.1 ไมครอนตัวอ่อนใช้เวลาในการเจริญเป็นตัวเต็มวัยประมาณ 10.8 ชั่วโมง มีวงจรชีวิตประมาณ 4.5 วัน ตลอดช่วงอายุจะให้ตัวอ่อน 290 ตัวโดยโรติเฟอร์เพศเมียจะออกไข่ทุกๆ 4 ชั่วโมงโดยจะให้ตัวอ่อนมากที่สุดในวันที่ 2 อุณหภูมิที่เหมาะสมจะอยู่ในช่วง 22-30 องศาเซลเซียส แต่ถ้าอุณหภูมิต่ำโรติเฟอร์จะไม่วางไข่
 
 
การเพาะเลี้ยง
 
1.การเพาะโรติเฟอร์น้ำจืด
 
ทำการเพิ่มจำนวนโรติเฟอร์ที่มีอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติให้มากเพียงพอที่จะนำมาทำการแยกเชื้อโรติเฟอร์ให้บริสุทธิ์ซึ่งสามารถทำได้โดย เตรียมบ่อซีเมนต์กลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร จำนวน 15 บ่อ เติมน้ำลงบ่อประมาณ 10 เซนติเมตร ละลายส่วนผสมของอินทรีย์วัตถุต่างๆ ดังนี้อามิ-อามิ 50 กรัม, ปุ๋ยนา 20 กรัม, ปุ๋ยยูเรีย 20 กรัม, ปุ๋ยซุปเปอร์ฟอสเฟต 2.0 กรัม และปูนขาว 20 กรัม ตามลำดับ ละลายส่วนผสมดังกล่าวให้เข้ากันก่อนเทลงบ่อทดลองเมื่อน้ำในบ่อทดลองเริ่มเขียว (ประมาณ 3-4 วัน) เพิ่มน้ำให้ได้ระดับความสูง 25 เซนติเมตร หลังจากนั้นประมาณ 1-2 วันน้ำจะเริ่มเขียวเข้มจึงเติมน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีโรติเฟอร์ลงในบ่อทดลองในปริมาณ 20 ลิตร พร้อมทั้งวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้นในระหว่างนี้สามารถเก็บรวบรวมโรติเฟอร์โดยใช้ผ้ากรองขนาดตาประมาณ 63 ไมครอนทำการช้อนโรติเฟอร์ที่มีอยู่ในบ่อทดลองไปทำการแยกเชื้อให้บริสุทธิ์ทำการเลี้ยงไปจนกระทั่งน้ำเขียวเริ่มจาง แสดงว่าอาหารของโรติเฟอร์หมดจึงเก็บเกี่ยวผลผลิตสุดท้ายโดยใช้สายยางดูดน้ำออกจนถึงก้นบ่อเพื่อให้ได้โรติเฟอร์มากที่สุดพยายามอย่าให้ตะกอนฟุ้งขึ้นมา นำโรติเฟอร์ที่ได้ไปให้ลูกปลากินหรือไปทำการแยกเชื้อให้บริสุทธิ์ในห้องทดลองโดยใช้วิธีเดียวกับการแยกเชื้อสาหร่ายคลอเรลล่าให้บริสุทธิ์
 
เพิ่มจำนวนเชื้อโรติเฟอร์ที่บริสุทธิ์ให้มีจำนวนมากพอที่จะนำไปเพาะเลี้ยงเชิงธุรกิจได้โดยทำการเพิ่มจำนวนในบ่อซีเมนต์ขนาด 50 ตันซึ่งสามารถทำได้โดยเตรียมบ่อเลี้ยงกลางแจ้งขนาด 50 ตารางเมตรทำความสะอาดแล้วตากบ่อให้แห้ง เติมน้ำที่กรองแล้วเข้าบ่อให้มีความลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ใส่อาหารเลี้ยงโรติเฟอร์สูตรใดสูตรหนึ่งตามต้องการ ใช้กากผงชูรส 5 ลิตร, ปุ๋ย N-P-K 2 กิโลกรัม, รำ 5 กิโลกรัม, ปูนขาว 8 กิโลกรัมแล้วเติมสต๊อคคลอเรลล่าน้ำจืดที่บริสุทธิ์ลงในบ่อเลี้ยงประมาณ 1 ตันหลังจากนั้นประมาณ 4 วัน คลอเรลล่าจะเพิ่มปริมาณขึ้นให้ใส่พันธุ์โรติเฟอร์น้ำจืดที่ได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติลงในบ่อ เป็นเวลา 3 วันจึงหยุดให้ ในระหว่างนี้สามารถเก็บผลผลิตได้ทุกวัน การเก็บควรเก็บประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ของบ่อ หรือเก็บเกี่ยวเพียงครั้งเดียว โดยวิธีการดังต่อไปนี้
การเก็บเกี่ยวผลผลิตมีวิธีการเก็บเกี่ยว 2 วิธี คือ
 
1. การเก็บเกี่ยวแบบต่อเนื่องภายหลังจากที่ทำการเพาะเลี้ยงโรติเฟอร์เป็นเวลา 7 วันจะสังเกตเห็นโรติเฟอร์อยู่ในบ่อ ะมีลักษณะเป็นฝุ่นสีขาวขนาดเล็กสามารถเก็บเกี่ยวได้โดยสูบน้ำออกครึ่งบ่อให้น้ำที่สูบออกผ่านถุงกรองขนาดตาประมาณ 63 ไมครอน วิธีกรองทำโดยนำถุงกรองที่มีปลายเปิดทั้งสองข้างปลายด้านหนึ่งสวมเข้ากับท่อถ่ายน้ำแล้วผูกให้แน่นปลายอีกด้านหนึ่งรวบปากแล้วผูกให้แน่นแช่ถุงกรองไว้ในน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้โรติเฟอร์แห้งตายเมื่อจำนวนโรติเฟอร์มากพอก็เปิดถุงถ่ายโรติเฟอร์ลงในถังเพื่อรวบรวมนำไปเป็นหัวเชื้อเพื่อใช้ในการเพาะขยายพันธุ์โรติเฟอร์ครั้งต่อไปในกรณีที่ต้องการปริมาณโรติเฟอร์สม่ำเสมอ และจำนวนมาก ควรมีการเพิ่มอาหารทุกๆ 2-3 วัน โดยการลดน้ำลงแล้วเพิ่มอาหารลงไปใหม่ หรืออาจนำโรติเฟอร์ในช่วง 2-3 วันไปเพาะต่อในบ่ออื่นที่ได้เตรียมน้ำเขียวไว้แล้ว
 
2. การเก็บเกี่ยวแบบไม่ต่อเนื่องหลังจากที่น้ำเขียวเจริญเติบโตเต็มที่แล้วนำพันธุ์โรติเฟอร์ใส่ลงไป ทิ้งไว้เป็นเวลา 2-3 วัน โรติเฟอร์จะขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วและสามารถทำการเก็บเกี่ยวได้โดยสูบน้ำออกทั้งบ่อซึ่งวิธีการเก็บเกี่ยวนี้เหมือนกับวิธีการเก็บเกี่ยวแบบต่อเนื่อง
2.การเเพาะโรติเฟอร์น้ำกร่อย
 
 

 
   

โรติเฟอร์น้ำกร่อยพบทั่วไปในเหล่งน้ำชายฝั่ง ปากแม่น้ำ บ่อเลี้ยงกุ้งบ่อเลี้ยงปลา และนาอาร์ทีเมีย โรติเฟอร์กินอาหารได้หลาย ชนิดทั้งแบคทีเรีย ยัสต์ขี้กุ้งขนาดเล็ก อาหารสำเร็จรูป เลือดปลาและโปรโตซัว แต่อาหารที่เหมาะสมที่จะใช้เลี้ยงโรติเฟอร์ในประเทศไทย คือคลอเรลลาโรติเฟอร์ของไทยเจริญเติบโตได้เร็วมากอายุ ประมาณ 1 วัน ก็ให้ลูกได้แล้วและเจริญเติบโตได้ดีถ้าอากาศร้อน 32-35 องศาเซลเซียส บางสายพันธุ์เพิ่มจำนวนได้ 5-7 เท่า ใน 1 วัน ส่วนใหญ่เจริญเติบโตได้ดีในน้ำความเค็ม 10-15 พีพีทีแต่โรติเฟอร์สายพันธุ์ ที่เก็บมาจากนาอาร์ทีเมียของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดเพชรบุรี เพิ่มจำนวนได้ดี แม้จะเพาะเลี้ยงในน้ำความเค็ม 30 พีพีทีโรติเฟอร์เหมาะที่จะใช้เป็นอาหารของลูกกุ้งกุลาดำหรือลูกกุ้งทะเลในระยะไมซิสและสามารถใช้แทนอาร์ทีเมียเพิ่งฟักได้ในระยะโพสลาวา 1-4 โรติเฟอร์เพาะง่ายได้ผลเร็ว เพาะเพีง 1 วัน ก็เก็บผลผลิตได้ในการเพาะเลี้ยงโรติเฟอร์จำเป็นต้องเตรียมคลอเรลลาน้ำกร่อยเพื่อเป็นอาหารของโรติเฟอร์ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
 
การเพาะหัวเชื้อน้ำเขียวน้ำกร่อยการเพาะหัวเชื้อน้ำเขียวน้ำกร่อยดำเนินการในถังพลาสติกที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยฟอร์มาลินความเข้มข้น 200 ส่วนในล้าน และล้างสะอาด เติมน้ำกร่อยที่มีความเค็ม 15 ส่วนในพันลงไปในถังในปริมาตร 1 ตัน แล้วเติมปุ๋ยชนิดต่าง ๆ ดังนี้ ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) 500 กรัม ปุ๋ยนา (16-20-0) 500 กรัม ปุ๋ยซุปเปอร์ฟอสเฟต (0-46-0) 50 กรัม และ อามิ-อามิ (สด) 1 ลิตร จากนั้นปรับความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของน้ำ ที่เติมปุ๋ยแล้วให้อยู่ที่ 9 ด้วยปูนขาว พร้อมทั้งให้อากาศอย่างแรงสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสีน้ำหลังจากตากแดดไว้กลางแจ้งเป็นระยะเวลา 7-14 วันเมื่อพบการเกิดของแพลงก์ตอนพืชจนน้ำเป็นสีเขียวอ่อน จึงนำไปเพาะขยายพันธุ์ต่อไป
 
วิธีการเพาะเลี้ยงน้ำเขียว ในบ่อ 20 ตัน มีขั้นตอน ดังนี้
 
1. ใส่น้ำทะเลสะอาด ให้ได้ปริมาตร 10 ตัน
2. เติมพันธุ์คลอเรลลา ความโปร่งใสประมาณ 50 ซม.
3. ชั่งปุ๋ยละลายปุ๋ยแต่ละตัวใส่ลงในบ่อตามสูตร
สูตร 21-0-0 500 กรัม
สูตร 16-20-0 75 กรัม
สูตร 46-0-0 25 กรัม
4. ให้ฟองอากาศ
5. วัดความโปร่งใสของน้ำ
6. เวลา 11.00 น. วัดอุณหภูมิของน้ำ ถ้าอุณหภูมิเกิน 31 องศาเซลเซียส ให้ปิดบ่อ 80% จนถึงเวลา 14.00 น. ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 31 องศาเซลเซียส ให้เปิดบ่อ
7. ใส่คลอรีนผง 20 กรัม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นฟองหนืดเมื่อน้ำคลอเรลลามีสีเพี้ยนหรือเมื่อไม่แน่ใจว่ามีโรติเฟอร์ลงไปปนเปื้อนหรือไม่
8. สูบไปใช้ ครึ่งบ่อเมื่อวัดความโปร่งใสได้ประมาณ 50 ซม. หรือต่ำกว่านี้
9. ขยายพันธุ์เพิ่มโดยเติมน้ำผสมตามข้อ 1 ลงไป จนเต็มบ่อและเติมปุ๋ยตามข้อ 3
10. ทำซ้ำตามข้อ 4-9
11. ดำเนินการตามข้อ 4-7
12. วันต่อมาสูบไปใช้หมดบ่อ แล้วล้างบ่อก่อนที่จะเพาะใหม่ในสภาพที่เหมาะสม คลอเรลลาเพิ่มจำนวนได้สูงสุดในเวลา 4-5 วัน
แต่ถ้าเหลือหัวเชื้อไว้ครึ่งหนึ่งแล้วเติมน้ำเลี้ยงลงไปจนเต็ม เพาะเลี้ยง 2-3 วัน ก็ใช้ได้ โดยเติมปุ๋ยเพียง 25% ของปุ๋ยที่จะใช้สำหรับน้ำเต็มบ่อ ถ้าจะเลี้ยงต่อเนื่องนานหลายวันจึงล้างบ่อ ควรเก็บเกี่ยวไปใช้วันละไม่เกิน 20% ถ้าเริ่มต้นด้วยหัวเชื้อ 1 ตัน ถ้าจะให้ได้ผลดียิ่งขึ้นควรเพิ่มคาร์บอนไดออกไซค์เฉพาะในเวลาที่มีแสง ลงไปด้วย 2% ของฟองอากาศทั้งหมด หรือกะปริมาณให้ต่ำกว่า 2% และเป็นไปได้ที่จะเพาะในบ่อกลางแจ้ง โดยไม่ต้องใช้หัวเชื้อใหม่จากห้องปฏิบัติการ
 
 
วิธีการเพาะเลี้ยงโรติเฟอร์ ในบ่อ 10 ตัน มีขั้นตอน ดังนี้
 
1. ใส่คลอเรลลาลงในบ่อโรติเฟอร์ และเติมน้ำจืดลงได้น้ำเต็มบ่อไม่เกิน 20 พีพีที นั่นคือใส่น้ำคลอเรลลา ประมาณ 2 ส่วนและน้ำจืด ประมาณ 1 ส่วน วัดตวามโปร่งใสของน้ำ
2. ใส่พันธุ์โรติเฟอร์ที่เตรียมไว้ลงไปให้เหมาะสมกับปริมาณคลอเรลลาในข้อ 1 เช่น ถ้าวัดความโปร่งใสของคลอเรลลาได้ 50 ซม. ให้ใส่โรติเฟอร์ที่กรองจากบ่อเก่า 30-50% ถ้าความโปร่งใส 70 ซม. ให้ใส่โรติเฟอร์ที่กรองจากบ่อเก่า 10-30%
3. ให้ฟองอากาศ
4. ปิดบ่อด้วยผ้าพลางแสง 50-80% เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของไดอะตอมธรรมชาติ
5. วัดอุณหภูมิของน้ำ
6. ครบ 1 วัน วัดอุณหภูมิของน้ำถ้าอุณหภูมิประมาณ 30 องศาเซลเซียส เก็บเกี่ยวโรติเฟอร์ไปใช้ 50% และถ้าอุณหภูมิ 32-25องศาเซลเซียส เก็บเกี่ยว 70-80% โดยใช้วิธีถ่ายน้ำผ่านถุงกรองขนาดตา 60 ไมครอน ผูกปลายอีกข้างหนึ่งไว้ให้แน่น คอยระวัง ให้โรติเฟอร์อยู่ในน้ำตลอดเวลา เพื่อไม่ให้โรติเฟอร์แห้งตายเมื่อถุงกรองเริ่มตันจึงเปิดปากถุง เพื่อถ่ายโรติฟอร์ที่กรองได้ลงในถังที่มีน้ำไปใส่รวมกันในถังใหญ่ให้กินคลอเรลลา ก่อนแบ่งโรติเฟอร์ไปใช้อนุบาลสัตว์น้ำ
7. เติมคลอเรลลาผสมน้ำจืดให้ได้ความเค็มไม่เกิน 20 พีพีที ลงไปจนเต็มบ่อ
8. ดำเนินการตาม ข้อ3-7
9. เติมคลอเรลลาผสมน้ำความเค็มไม่เกิน 20 พีพีที ลงไปจนเต็มบ่อ
10. ดำเนินการตาม ข้อ 3-5
11. ครบ 1 วัน เก็บเกี่ยวโรติเฟอร์ทั้งหมด แล้วล้างบ่อเพาะใหม่
12. ดำเนินการตาม ข้อ1-11 และหยุดเพาะต้องการเก็บโรติเฟอร์ส่วนหนึ่งเป็นพันธุ์โดยเลี้ยงไว้ในแก้วหรือในโหลเล็กที่อุณหภูมิห้องใส่โรติเฟอร์น้อยๆ ในคลอเรลลาหนาแน่น เมื่ออาหารหมด (4-5วัน) น้ำใสจึงเลี้ยงใหม่ในปริมาตรเดิมหรือถ้าพบไข่พัก(resting egg) ของโรติเฟอร์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายไข่ปกติ แต่มักมีสีออกน้ำตาลมากกว่าและมักมีคล้ายช่องว่างอยู่ในเซลล์ไข่ สามารถ รวบรวมมาเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นช่องธรรมกาได้นานเป็นปี เมื่อจะใช้จึงนำออกมาจากตู้เย็นรอให้ไข่ฟักเป็นตัวแล้วจึงนำไปเลี้ยงต่อไป




จุลลินทรีย์กับการเลี้ยงกุ้ง

แจกฟรีแผ่นพับบอลจุลินทรีย์
วิธีการตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย เชื้อโปรโตซัวในกุ้งขาว
รายชื่อจุลลินทรีย์ทั้งหมดที่พบในประเทศไทย
บอลจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย
บอลจุลินทรีย์สำหรับน้ำเค็ม
การแบ่งประเภทของจุลินทรีย์
จุลลินทรีย์ Microorganisms กับการเลี้ยงกุ้งขาว



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ราชันย์ฟาร์ม ฟาร์มเลี้ยงกุ้งขาวชีวภาพ
ตำบลท่ากุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดตราด