ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot


โรคกุ้งขาว
เกษตกรยุคใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล
ศูนย์วิจัยประมง shrimp man
เว็บไซด์กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หน่วยงานรัฐบาล
\Desktop\Development-of-the-Shrimp-Research-Network-in-Thailand
สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง กรมประมง
สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ. National Institute of Animal Health
ศูนย์วิจัยและพัฒนาชายฝั่งจันทบุรี


มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่ 3
วันที่ 08/11/2010   17:32:45

 

มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่ 3

3.1 รูปแบบของฟาร์ม

 

 

 

กุ้งขาวเป็นกุ้งที่ปรับตัวเข้ากับการเลี้ยงแบบพัฒนาที่ปล่อยกุ้งหนาแน่นสูงได้ดีกว่ากุ้งกุลาดำ เกษตรกรจึงต้องมีระบบการจัดการฟาร์มที่ดีเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีในปริมาณมาก รูปแบบของฟาร์มเลี้ยงกุ้งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ตั้งของฟาร์มและปัญหาการจัดการและโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการเลี้ยง

 

 

 

ในบริเวณที่แหล่งน้ำมีคุณภาพสิ่งแวดล้อมดี มีปริมาณน้ำมากเพียงพอ เกษตรกรอาจจัดรูปแบบของฟาร์มเป็นฟาร์มเลี้ยงแบบพัฒนาระบบกึ่งเปิดที่มีการถ่ายน้ำ โดยเฉพาะในช่วงระยะ 2 เดือนสุดท้ายของการเลี้ยงที่กุ้งมีการเจริญเติบโตรวดเร็วและต้องให้อาหารในปริมาณมาก การถ่ายน้ำแนะนำให้ใช้น้ำทะเลสะอาดในบ่อพักน้ำเพื่อเจือจางน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้งให้มีคุณภาพดีขึ้น และน้ำที่ถ่ายออกมาควรต้องผ่านการบำบัดให้มีคุณภาพดีขึ้นก่อนที่ระบายลงสู่แหล่งน้ำ

 

 

 

ในพื้นที่ที่มีฟาร์มเลี้ยงกุ้งมาก และมีปริมาณน้ำจำกัด เกษตรกรสูบและทิ้งน้ำลงสู่บริเวณเดียวกัน ทำให้บางฤดูกาลสภาพแวดล้อมในพื้นที่เลี้ยงเปลี่ยนแปลงไม่เหมาะสม และมีโรคระบาด รูปแบบฟาร์มเลี้ยงกุ้งที่เหมาะสมควรเป็นแบบพัฒนาระบบกึ่งปิด (เติมน้ำจากบ่อพักน้ำที่มีการบำบัดพื้นฟูคุณภาพน้ำหรือถ่ายน้ำเพียงเล็กน้อยเมื่อเวลาจำเป็นเพื่อปรับคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยง) รูปแบบฟาร์มประเภทนี้เป็นที่นิยมใช้โดยทั่วไป เนื่องจากแหล่งน้ำสำหรับการเลี้ยงกุ้งส่วนใหญ่เสื่อมโทรมจากการเลี้ยงกุ้งและมีการระบาดของโรคกุ้งอย่างต่อเนื่อง การเติมหรือถ่ายน้ำเท่าที่จำเป็นสามารถป้องกันโรคได้ดี แต่เกษตรกรต้องมีการปล่อยกุ้งในความหนาแน่นที่เหมาะสม การเตรียมบ่อ การจัดการเลี้ยงและการควบคุมสภาพแวดล้อมในระหว่างเลี้ยงที่ดีอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้น้ำที่ถ่ายออกมาควรผ่านการบำบัดให้มีคุณภาพดีขึ้นก่อนที่ระบายลงสู่แหล่งน้ำหรือหมุนเวียนนำน้ำกลับมาใช้ใหม่

 

 

 

ในฟาร์มที่มีพื้นที่เพียงพอ แต่อยู่ในแหล่งเลี้ยงที่สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม และขาดแคลนน้ำที่มีคุณภาพเหมาะสมในบางฤดูกาล รูปแบบฟาร์มเลี้ยงที่สามารถทำได้เป็นแบบพัฒนาระบบน้ำหมุนเวียน ซึ่งการเลี้ยงรูปแบบนี้เกษตรกรต้องเตรียมพื้นที่บ่อพักน้ำให้มากเพียงพอสำหรับการถ่ายน้ำตามกำหนดการที่ได้เตรียมไว้ เกษตรกรต้องเตรียมพื้นที่บำบัดน้ำให้เพียงพอที่รองรับน้ำทิ้งปริมาณมากโดยให้มีเวลาบำบัดน้ำนานเพียงพอ จนมีคุณภาพดีขึ้นและนำไปใช้ หรือเก็บในบ่อพักน้ำจนกว่าจะถึงเวลานำไปใช้เลี้ยงกุ้งใหม่อีกครั้ง

 

 

 

3.2 การแบ่งพื้นที่ใช้สอยในฟาร์ม

 

 

 

เมื่อกำหนดรูปแบบของฟาร์มแล้วเกษตรกรสามารถแบ่งพื้นที่ใช้สอยได้ง่ายขึ้น โดยทั่วไปเกษตรกรจะต้องคำนึงพื้นที่ใช้สอยที่ช่วยให้เกษตรกรจัดการเลี้ยงกุ้งได้ผลดี ซึ่งควรประกอบด้วย บ่อเลี้ยง บ่อพักน้ำ โรงเรือนเก็บวัสดุฟาร์มและปัจจัยการผลิต บ้านพักคนงาน บ่อบำบัดน้ำทิ้ง และบ่อเก็บเลน ถนนและทางเดินภายในฟาร์ม พื้นที่ใช้สอยอื่นๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

 

 

3.2.1 บ่อเลี้ยง เป็นการใช้พื้นที่ที่มีความสำคัญที่สุด ขนาดของบ่อเลี้ยงควรมีขนาดที่ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป บ่อที่เล็กเกินไปความแตกต่างของอุณหภูมิน้ำในรอบวันอยู่ในช่วงกว้างเนื่องจากมีปริมาตรน้ำน้อยเกินไป บ่อที่ใหญ่จะจัดการยากเนื่องจากปริมาตรน้ำเยอะเกินไป ขนาดของบ่อที่เหมาะสม ควรมีขนาด 2-6 ไร่ ขึ้นกับความพร้อมและเครื่องมือของเกษตรกร สัดส่วนของบ่อเลี้ยงที่เหมาะสมควรอยู่ในช่วง 50-80% ของพื้นที่ฟาร์มทั้งหมด โดยที่ฟาร์มที่มีพื้นที่น้อย พื้นที่ของบ่อเลี้ยงมีน้อยลงเพราะต้องสงวนไว้ใช้ในกิจกรรมอื่นๆ

 

 

 
 

 
 

 

 

3.2.2 บ่อพักน้ำ เป็นพื้นที่ที่มีความจำเป็นมากในการลดความเสียและป้องกันโรคและแก้ไขปัญหาในระหว่างการเลี้ยงกุ้งได้ดี เพราะว่า น้ำในแหล่งเลี้ยงกุ้งที่หนาแน่น น้ำทิ้งจากบ่อเลี้ยงจะทำให้เกิดความเสื่อมโทรมกับแหล่งน้ำ และบ่อยครั้งไม่เหมาะสมต่อนำเข้าสู่บ่อเลี้ยงกุ้งโดยตรง เกษตรกรที่มีบ่อพักน้ำจะสามารถพักน้ำหรือปรับปรุงให้มีคุณภาพที่ดีขึ้นก่อนใช้ และสามารถสำรองน้ำทะเลที่มีคุณภาพดีไว้ใช้แก้ปัญหาฉุกเฉินในระหว่างการเลี้ยงกุ้งได้ สัดส่วนของบ่อพักน้ำที่เหมาะสมควรอยู่ในช่วง 15-20% ของพื้นที่ฟาร์มทั้งหมด หรือมีปริมาตรไม่น้อยกว่า 0.5-1 ของบ่อเลี้ยงกุ้งในฟาร์ม

 

 

 

3.2.3 โรงเรือนเก็บวัสดุฟาร์มและปัจจัยการผลิต ฟาร์มเลี้ยงกุ้งจะต้องมีพื้นที่เก็บปัจจัยการผลิต วัสดุและเครื่องมือที่ใช้ในฟาร์ม และน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อความเป็นระเบียบของสิ่งของเครื่องใช้ในฟาร์มให้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรวจสอบปริมาณได้ง่าย จึงบริหารจัดการควบคุมปริมาณได้ง่าย โรงเรือนที่ใช้เก็บของเหล่านี้ต้องมีความมั่นคงแข็งแรง เพื่อให้ทนทานต่อลมและฝน ไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นในสภาวะที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรง ป้องกันแดดและฝนไม่ให้ปัจจัยการผลิตเสียคุณภาพไป การมีโรงเรือนทำให้มีการแยกสัดส่วนพื้นที่ในการเก็บปัจจัยการผลิตที่เป็นอันตราย ไว้ในที่ที่ปลอดภัยจากเด็กและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องได้

 

 

 

3.2.4 บ้านพักคนงาน มีความจำเป็นเนื่องจากคนงานต้องอยู่อาศัยและปฏิบัติงานในฟาร์มทั้งกลางวันกลางคืน จึงมีความสะดวกที่คนงานจะพักอาศัยในฟาร์ม ที่อยู่อาศัยต้องทำให้เป็นสัดส่วน มีระบบสาธารณะสุขที่ดี หากจำเป็นต้องมีที่พักคนงานอยู่บนคันบ่อเลี้ยง จะต้องมั่นใจว่าจะสามารถรักษาความสะอาด และสุขอนามัยที่ดีในการเลี้ยงกุ้งได้มาตรฐานที่ดีตลอดไป ถ้าสุขอนามัยในบริเวณบ้านพักไม่ดี ทำให้เกิดโอกาสในการปนเปื้อนของสิ่งปฏิกูลลงสู่บ่อเลี้ยงได้ง่าย

 

 

 

3.2.5 บ่อบำบัดน้ำทิ้งและบ่อเก็บเลน การเลี้ยงกุ้งแบบพัฒนาเป็นกิจกรรมที่ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้ง่าย เนื่องจากน้ำทะเลที่ผ่านการใช้เลี้ยงกุ้งมีสารอินทรีย์ และธาตุอาหาร และของเสียในน้ำเพิ่มมากขึ้น พื้นบ่อก็จะเป็นแหล่งสะสมของเสีย จนทำให้ตะกอนดินที่สะสมกลางบ่อ อยู่ในสภาพดินเลนที่มีสารอินทรีย์สูงเน่าเสีย น้ำทิ้งโดยเฉพาะจากการจับกุ้งจะเป็นน้ำทิ้งที่มีสารอินทรีย์ และของเสียในปริมาณมากที่สุด และหลังจากการจับกุ้งเกษตรกรควรจะทำความสะอาดพื้นบ่อโดยลอกเลนกลางบ่อที่มากเกินไปออกมา ดังนั้นการจัดแบ่งพื้นที่เลี้ยงกุ้งที่ดีและเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม

 

 

 

เกษตรกรจึงควรให้ความสำคัญและสร้างบ่อบำบัดน้ำทิ้ง และบ่อเก็บเลน ซึ่งขนาดของบ่อบำบัดน้ำทิ้ง รวมทั้งคูน้ำทิ้ง ที่เหมาะสมควรมีปริมาตรไม่น้อยกว่าปริมาตรน้ำทิ้งที่เกิดขึ้นจากการจับกุ้ง 1 บ่อ เพื่อสามารถรองรับน้ำทิ้งได้ทั้งหมด และพื้นที่ของที่เก็บเลนควรจะมีขนาดเพียงพอที่จะเก็บเลนเอาไว้ และขุดเป็นบ่อหรือยกคันเพื่อป้องกันการเลนถูกชะหลุดไปเวลาฝนตกหนัก ในกรณีที่เกษตรกรไม่มีพื้นที่ เกษตรกรรายย่อยที่มีพื้นที่เลี้ยงติดกันอาจทำบ่อบำบัดน้ำทิ้งรวมเพื่อใช้ร่วมกัน หรืออาจใช้วิธีการที่เหมาะสมนำบ่อพักน้ำมาใช้บำบัดน้ำทิ้งก็ได้

 

 

 

3.2.6 ถนนและทางเดินภายในฟาร์ม เป็นระบบสาธารณูปโภคที่เกษตรกรต้องจัดให้มีในฟาร์ม เพื่อความสะดวกสบายในการจัดการเลี้ยง การขนส่งปัจจัยการผลิตและผลผลิตอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ถนนและทางเดินให้มีความแข็งแรง ขนาดใหญ่และสะดวกเพียงพอที่รถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก มอเตอร์ไซค์ รถเข็น ที่จะเข้าไปส่งหรือลำเลียงผลผลิตมายังจุดปฏิบัติการต่อไปในฟาร์ม หรือคนงานเดินปฏิบัติงานรอบบ่อได้ด้วยความปลอดภัย

 

 

 

3.2.7 พื้นที่ใชสอยอื่นๆ เช่น อาคารสำนักงาน บ้านที่อยู่อาศัยของเจ้าของฟาร์ม ลานคัดกุ้ง ที่จอดรถ โรงอาหาร สนามออกกำลังกาย ควรมีตามความจำเป็น จัดให้อยู่ในพื้นที่เหมาะสมและอยู่ในบริเวณที่สามารถจัดการดูแลระบบสาธารณสุขของฟาร์มให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้




มาตรฐานฟาร์มกุ้ง

BAP คืออะไร วันที่ 10/11/2010   01:42:34 article
อัปเดท...รวมรายชื่อฟาร์มที่ได้อนุญาตนำเข้าอเมริกาทั้งหมด วันที่ 01/11/2010   23:07:41 article
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่10 วันที่ 08/11/2010   17:57:24
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่9 วันที่ 08/11/2010   17:55:21
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่ 8 วันที่ 08/11/2010   17:52:10
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่ 7 วันที่ 08/11/2010   17:48:12
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่ 6 วันที่ 08/11/2010   17:45:52
มาตรฐานจีเอพี GAPตอนที่ 5 วันที่ 08/11/2010   17:42:39
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่4 วันที่ 08/11/2010   17:36:55
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่ 2 วันที่ 08/11/2010   17:30:02
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่1 วันที่ 08/11/2010   17:26:14
Aquaculture Certification Council (ACC) คืออะไร วันที่ 01/11/2010   23:08:27
Best aquaculture practices (BAP) certification คืออะไร วันที่ 01/11/2010   23:09:21



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ราชันย์ฟาร์ม ฟาร์มเลี้ยงกุ้งขาวชีวภาพ
ตำบลท่ากุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดตราด