ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot


โรคกุ้งขาว
เกษตกรยุคใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล
ศูนย์วิจัยประมง shrimp man
เว็บไซด์กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หน่วยงานรัฐบาล
\Desktop\Development-of-the-Shrimp-Research-Network-in-Thailand
สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง กรมประมง
สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ. National Institute of Animal Health
ศูนย์วิจัยและพัฒนาชายฝั่งจันทบุรี


 

มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่4

3.3 ประเภทของบ่อเลี้ยงกุ้งขาว

 

 

 

การทำฟาร์มเลี้ยงกุ้งขาวแบบพัฒนาในประเทศไทยนิยมใช้พื้นที่ชายฝั่งทะเลหรือพื้นที่ที่มีน้ำทะเลเข้าถึง บ่อที่ใช้เลี้ยงปัจจุบันเป็นบ่อรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ความกว้างและความยาวไม่แตกต่างกันมากนัก รูปแบบปัจจุบันที่นิยมมีอยู่ 2 ประเภท คือ

 

 

 

3.3.1 บ่อดิน เป็นประเภทของบ่อที่เกษตรกรนิยมใช้กันมากที่สุดเนื่องจากการลงทุนต่ำ และไม่ต้องใช้วัสดุมาก ดินก้นบ่อที่สะอาดทำหน้าที่ในการดูดซับสารอินทรีย์ ธาตุอาหารและแร่ธาตุส่วนเกินจากการเลี้ยงกุ้ง และเป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียที่ทำหน้าที่ย่อยสลายของเสีย ช่วยรักษาคุณภาพน้ำ การเจริญเติบโตของแพลงก์ตอนพืชและแบคทีเรียในน้ำให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ส่วนบ่อดินที่พื้นสกปรก มีสารอินทรีย์และธาตุอาหารสะสมอยู่มาก จึงมีการย่อยปล่อยของเสียและธาตุอาหารรวมทั้งสารพิษออกมา ทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม และเกษตรกรไม่สามารถรักษาสมดุลของบ่อเลี้ยงได้ บ่อดินที่ใช้เลี้ยงกุ้งได้ดี ต้องการออกซิเจนปริมาณเพียงพอเพื่อให้หน้าดินมีสภาพที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของกุ้ง

 

 

 

3.3.2 บ่อปูผ้าโพลีเอทีลีน เป็นบ่อที่นำผ้าโปลีเอทีลีน มาปูพื้นบ่อรวมทั้งขอบบ่อเพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาดพื้นบ่อในระหว่างเลี้ยง การปูผ้าโพลีเอทีลน ทำให้ลดบทบาทของดินในการควบคุมระบบนิเวศของบ่อเลี้ยงกุ้ง เช่นลดความต้องการออกซิเจนของหน้าดินเนื่องจากพื้นบ่อที่สกปรก และช่วยในการควบคุมสัตว์น้ำที่เป็นพาหะของโรคไวรัสที่จะเข้าและออกจากบ่อเลี้ยง ทำให้สามารถเพิ่มความหนาแน่นของลูกกุ้งที่ปล่อยลงเลี้ยงได้ การปูผ้าโพลีเอทีลีน ต้องลงทุนสูง ผลเสียจากการปูผ้าโพลีเอทีลีนที่อาจจะเกิดขึ้น คือ ของเสียที่เกิดขึ้นระหว่างการเลี้ยงกุ้งจะหมุนเวียนเร็วขึ้น ดังนั้นสีน้ำจะเข้มได้ง่าย นอกจากนี้การปูผ้าโพลีเอทีลีนที่ไม่ดี หรือมีการรั่วซึมจะทำให้เกิดความชื้นและหมักหมมของดินใต้แผ่นผ้าและมีการปล่อยก๊าซออกมาแทรกอยู่ในช่องว่างระหว่างดินกับผ้า ทำให้ผิวพื้นไม่เรียบ และของเสียที่สะสมอยู่ในบ่อระหว่างเลี้ยงไหลกระจายไปอยู่บริเวณอื่นที่ไม่ใช่กลางบ่อ ยากต่อการรวมเลน ถ้าหากเลี้ยงกุ้งในความหนาแน่นสูง เกษตรกรต้องมีอุปกรณ์ที่ดีในการจัดการย่อยสลายของเสียและสารอินทรีย์ และต้องหมั่นตรวจสอบสภาพของของผ้าโพลีเอทีลีนให้อยู่ในสภาพดีไม่ฉีกขาดหรือรั่ว

 

 

 

3.4 การเตรียมบ่อเลี้ยง

 

 

 

การเตรียมบ่อเลี้ยงเลี้ยงกุ้งมีความจำเป็นต่อผลสำเร็จของการเลี้ยงกุ้งทุกรุ่น บ่อเลี้ยงกุ้งต้องการระบบนิเวศที่มีแพลงก์ตอนพืชและแบคทีเรียในปริมาณที่เหมาะสมที่จะจัดการให้อยู่ในสมดุลได้ สมดุลของแพลงก์ตอนพืชและแบคทีเรียจะทำให้บ่อเลี้ยงมีคุณภาพน้ำและดินเหมาะสมและสามารถจัดการให้กุ้งมีการกินอาหารและเจริญเติบโตที่ดี การเตรียมบ่อเลี้ยงกุ้งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้

 

 

 

3.4.1 การเตรียมพื้นบ่อ การเตรียมพื้นบ่อให้เหมาะสมกับการเลี้ยงกุ้ง มีหลักการทีต้องให้มีความสะอาด ไม่มีการหมักหมมของสารอินทรีย์ มีเคมีของดินที่ไม่ทำให้เกิดสารที่เป็นพิษ ถ้าเกษตรกรเร่งรอบของการเลี้ยงกุ้งโดยไม่มีการบำบัดเลนที่ดีพอ (ใช้ระยะเวลามีระยะพักบ่อน้อยเกินไป) เมื่อบ่อยังคงมีดินที่ขาดออกซิเจนและมีสารอินทรีย์ในปริมาณสูงอยู่ ถูกเติมน้ำกลับลงไปก้นบ่อก็จะเกิดปัญหาการขาดออกซิเจนและสร้างสารพิษได้เร็วขึ้นภายในระยะเวลาเพียง 1-2 เดือน

 

 

 

การเตรียมบ่อที่ดีจะได้ดินพื้นบ่อที่สะอาด มีสารอินทรีย์และสารพิษน้อย การบำบัดดินในระยะเวลาที่นานเพียงพอ จะทำให้เกิดปุ๋ยสะสมอยู่ในดิน มีประโยชน์ต่อการการเตรียมน้ำเพื่อกระตุ้นให้เกิดอาหารธรรมชาติในบ่อ

 

 

 

(1) บ่อที่ขุดใหม่ ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาของดินที่มีศักยภาพเป็นกรดดิน เนื้อดินมีไพไรท์ (สารประกอบของเหล็กและซัลเฟอร์) สูง เมื่อสัมผัสกับอากาศจะปล่อยกรด ซัลฟิวริค ออกมา ทำให้ดินมีความเป็นกรด-ด่างต่ำ และเกิดสนิมเหล็กขึ้น และมีสารประกอบของ เหล็กละลายออกมาเมื่อเติมน้ำ

 

 

 

FeS2 + 3.75 O2 + 3.5 H2O = Fe(OH)3 + 2SO42- + H+

 

 

 

การใช้บ่อที่มีปัญหาสนิมเหล็ก อาจจะทำให้น้ำมีความเป็นกรด-ด่างต่ำ ตั้งแต่เริ่มปล่อยกุ้ง ลูกกุ้งจึงมีอัตราการตายสูง โตช้า และผลผลิตต่ำ วิธีแก้ปัญหาดินที่มีความเป็น กรด-ด่างต่ำเนื่องจากมีไพไรท์สูง จะต้องไม่เปิดหน้าดินให้สัมผัสอากาศบ่อยๆ และทุกครั้งที่มีการเตรียมบ่อ ควรปรับความเป็นกรด-ด่างของดิน ให้ขึ้นมาอยู่ประมาณ 5.5-6.5 โดยใช้ปูนขาว หรือปูนไฮดรอกไซค์ ถ้าความเป็นกรด-ด่างของดินอยู่สูงกว่า 6.5-7 การใส่ปูนขาวเพื่อปรับความเป็นกรด-ด่างจะมีความจำเป็นน้อยลง ในกรณีที่บ่อเลี้ยงกุ้งอยู่ในบริเวณที่มีน้ำทะเลที่มีค่าความเป็นด่างสูง เกษตรกรสามารถใช้น้ำทะเลชะล้างความเป็นกรดของผิวหน้าดิน โดยนำน้ำทะเลเข้ามาในบ่อเลี้ยง ทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วจึงระบายน้ำออกไป และชะล้างซ้ำอีก 2-5 ครั้ง ก่อนตรวจวัดความเป็นกรด-ด่างของดินและใช้ปูนตามที่ได้แนะนำแล้วข้างต้น วิธีการดังกล่าวจะช่วยทำให้เกษตรกรลดต้นทุนในการใช้ปูนปรับความเป็นกรด-ด่างของดินได้มาก

 

 

 

ดินที่ได้รับปูนแล้วจะมีความต้องการปูนน้อยลง จึงทำให้ปริมาณปูนที่ต้องใช้ในการปรับความเป็นกรด-ด่างดินลดลงไป จะเห็นได้ว่า ถ้าหากเกษตรกรใช้วิธีการลอกเลน จะเป็นการเปิดหน้าดินให้สัมผัสกับอากาศบ่อยๆ และทำให้สูญเสียหน้าดินที่อิ่มตัวด้วยปูน ดินก้นบ่อจึงอยู่ในสภาพมีปัญหาความเป็นกรด-ด่างต่ำเรื้อรัง

 

 

 

(2) บ่อเก่า บ่อที่ผ่านการเลี้ยงกุ้งมาแล้วมีปริมาณสารอินทรีย์ สารประกอบ เป็นพิษสะสมอยู่ ไม่เหมาะสมต่อการเลี้ยงกุ้ง จึงมีความจำเป็นต้องทำความสะอาดก่อนเลี้ยงกุ้งในรุ่นต่อไป วิธีในการทำความสะอาดบ่อเลี้ยงที่ผ่านการเลี้ยงกุ้งมาแล้วมีทั้งการบำบัดเลนในบ่อเลี้ยงและ การนำเลนออกนอกบ่อ

 

 

 

(2.1) การบำบัดเลนภายในบ่อโดยไม่นำเลนออกจากบ่อ เหมาะสำหรับบ่อเลี้ยงที่มีเลนหรือสารอินทรีย์สะสมอยู่ไม่มาก เป็นบ่อเลี้ยงที่ประสบความสำเร็จในการ เลี้ยงรอบที่ผ่านมาเลนที่ไม่ได้นำออกมานอกบ่อหมุนเวียนมีหลักการปฏิบัติ ดังนี้

 

 

 

ก) เปลี่ยนสภาพของดินเลนที่ขาดออกซิเจนให้อยู่ใน สภาพมีออกซิเจน โดยการตากให้เลนก้นบ่อสัมผัสกับออกซิเจนในอากาศ จนเลนเกิดการแตกระแหง และเปลี่ยนสีจากสีดำที่มีกลิ่นเหม็น ไปเป็นสีน้ำตาลหรือสีดินเดิม และไม่มีกลิ่นเหม็นก๊าซไฮโดรเจน ระยะเวลาในการบำบัด อาจจะใช้เวลาประมาณ 2–3 สัปดาห์ หรือดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ประมาณ 80% ของดินเลน วิธีนี้อาจจะพูดได้ง่ายๆ ว่าเป็นการฟอกดินเลนที่ขาดออกซิเจน มีการ สะสมของสารพิษ ให้สารพิษมีการสลายตัวไป และเปลี่ยนสภาพของดินกลับมาอยู่ในระบบที่มี ออกซิเจน ที่เอื้อต่อการกระตุ้นให้เกิดการย่อยสลายและเปลี่ยนสารอินทรีย์ให้กลายเป็นปุ๋ย

 

 

 

ข) บำบัดให้สารอินทรีย์และสิ่งขับถ่ายให้สลายตัว เปลี่ยนเป็นปุ๋ยที่เป็นประโยชน์ ต่อการเตรียมน้ำเพื่อปล่อยกุ้งและการรักษาสมดุลของดินและน้ำใน บ่อเลี้ยงกุ้ง ใช้หลักการเร่งการย่อยสลายของจุลินทรีย์ธรรมชาติในบ่อ ด้วยวิธีการรดน้ำพรวนดิน ทั้งนี้เนื่องจากในสภาพที่มีความชื้นและอากาศถ่ายเท จุลินทรีย์สามารถเติบโตและย่อยสลาย สารอินทรีย์ได้ดี ความเป็นกรด-ด่างของดินที่เหมาะสม ควรอยู่ในช่วง 7-7.5 ระยะเวลาที่ใช้ควรจะ ประมาณ 4 – 6 สัปดาห์ ตามความจำเป็นหรือแผนการปล่อยกุ้ง

 

 

 

(2.2) การบำบัดเลนภายในบ่อโดยใช้เรือฟอกเลน เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับบ่อที่ไม่สามารถเตรียมบ่อในสภาพแห้งได้ หรือบ่อที่จัดเลี้ยงแบบรีไซเคิล เรือฟอกเลน (Skimmer boat) มีทั้งปั๊มน้ำผสมอากาศ (รวมทั้งออกซิเจน-โอโซน) และชุดอุปกรณ์ขับเคลื่อนเรือ อยู่ บนหางเดียวกัน ใช้ในการช่วยเติมน้ำผสมอากาศหรือออกซิเจนหรือโอโซนในอัตราที่เหมาะสม ฉีดอัดลงทั้งในน้ำและตะกอนเลน เพื่อเร่งการย่อยสลายเศษอาหาร สิ่งขับถ่าย ซากสิ่งมีชีวิตรวมทั้งทำลายเชื้อต่างๆ ที่อาจเป็นสาเหตุก่อโรคในบ่อเลี้ยงกุ้ง

 

 

 

(2.3) การนำเลนออกนอกบ่อ เป็นวิธีการเตรียมบ่อโดยใช้รถตักขี้เลนออก หรือใช้น้ำฉีดล้างบ่อ แล้วนำเอาขี้เลนไปเก็บในพื้นที่ที่เตรียมไว้ เป็นวิธีที่เกษตรกรสามารถ เลือกใช้ได้ เพราะใช้เวลาน้อย แต่วิธีนี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง และทำให้สูญเสียหน้าดินที่มีธาตุอาหาร เหมาะสำหรับบ่อที่มีของเสียมาก และไม่สามารถจัดการด้วยวิธีอื่นๆได้ ข้อควรระวังก็คือถึงแม้จะมี การนำเอาเลนส่วนใหญ่ออกไปแล้ว ดินก้นบ่อ (หน้าดินที่เปิดใหม่) เป็นหน้าดินเก่าที่ยังคงมีสารอินทรีย์ที่ขาดออกซิเจนอยู่ ดังนั้น หลังจากตัดหรือฉีดเลนไปเก็บไว้ในที่ที่เตรียมไว้แล้ว เกษตรกรจะต้องปล่อยให้ดินมีการตาก และทิ้งเวลาให้ดินได้รับออกซิเจนและมีการย่อยสลายอย่างเพียงพอ ก่อนที่จะเริ่มเลี้ยงกุ้งต่อไป

 

 

 

(3) การพื้นฟูสภาพดินก้นบ่อ ดินก้นบ่อเมื่อใช้เลี้ยงกุ้งไปนานๆ การทำความสะอาดบ่อ และการปล่อยธาตุอาหารจากพื้นบ่อออกไปในน้ำที่ใช้เลี้ยงกุ้ง การถ่ายน้ำออกจาก บ่อเวลาจับกุ้ง เป็นปัจจัยที่ทำให้ธาตุอาหารในดินจะหมดไป หรือเสียสมดุล ทำให้การจัดการรักษา คุณภาพของดินและการเตรียมสีน้ำทำได้ลำบาก เช่น พื้นบ่อดินทราย ที่สามารถสูญเสียธาตุอาหารได้ง่าย การเตรียมบ่อที่มีพื้นเช่นนี้ นอกจากจะใช้วิธีไม่นำดินเลนออกจากบ่อแล้ว ยังใช้วิธีไถพรวนและ เติมจุลินทรีย์หมักปุ๋ยคอกและแกลบที่สะอาดลงไปในดินระหว่างการไถพรวนและตากบ่อ เพื่อเป็นการช่วยย่อยสลายอินทรีย์สารในดินและปรับเติมธาตุอาหารอื่นๆ เข้าไปรักษาหรือฟื้นฟูสมดุลของ ดินที่เลี้ยงกุ้ง ซึ่งพบว่าจะทำให้เตรียมสีน้ำง่ายขึ้น

มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่4
วันที่ 08/11/2010   17:36:55

 



มาตรฐานฟาร์มกุ้ง

BAP คืออะไร วันที่ 10/11/2010   01:42:34 article
อัปเดท...รวมรายชื่อฟาร์มที่ได้อนุญาตนำเข้าอเมริกาทั้งหมด วันที่ 01/11/2010   23:07:41 article
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่10 วันที่ 08/11/2010   17:57:24
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่9 วันที่ 08/11/2010   17:55:21
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่ 8 วันที่ 08/11/2010   17:52:10
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่ 7 วันที่ 08/11/2010   17:48:12
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่ 6 วันที่ 08/11/2010   17:45:52
มาตรฐานจีเอพี GAPตอนที่ 5 วันที่ 08/11/2010   17:42:39
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่ 3 วันที่ 08/11/2010   17:32:45
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่ 2 วันที่ 08/11/2010   17:30:02
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่1 วันที่ 08/11/2010   17:26:14
Aquaculture Certification Council (ACC) คืออะไร วันที่ 01/11/2010   23:08:27
Best aquaculture practices (BAP) certification คืออะไร วันที่ 01/11/2010   23:09:21



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ราชันย์ฟาร์ม ฟาร์มเลี้ยงกุ้งขาวชีวภาพ
ตำบลท่ากุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดตราด