ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot


โรคกุ้งขาว
เกษตกรยุคใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล
ศูนย์วิจัยประมง shrimp man
เว็บไซด์กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หน่วยงานรัฐบาล
\Desktop\Development-of-the-Shrimp-Research-Network-in-Thailand
สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง กรมประมง
สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ. National Institute of Animal Health
ศูนย์วิจัยและพัฒนาชายฝั่งจันทบุรี


มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่ 8
วันที่ 08/11/2010   17:52:10

มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่ 8

4. อาหาร การให้อาหาร และการจัดการในระหว่างเลี้ยง

 

 

 

4.1 อาหารกุ้ง

 

 

 

อาหารเป็นปัจจัยสำคัญในการจัดการเลี้ยงกุ้งให้ประสบผลสำเร็จ การเลี้ยงกุ้งแบบพัฒนา นิยมใช้อาหารเม็ดสำเร็จรูป ความเสื่อมโทรมของบ่อเลี้ยงกุ้งเกิดจากการจัดการให้อาหารไม่ดีจนเกิดการสะสมของของเสียจากเศษอาหารเหลือตกค้างและสิ่งขับถ่าย เกิดปัญหาต่อเนื่องถึงการจัดการเลี้ยงและการเตรียมบ่อให้มีสภาพแวดล้อมเหมาะสม นอกจากนี้ต้นทุนการผลิตกุ้งมาจากอาหารประมาณ 50-60% การจัดการอาหารผิดพลาดที่ทำให้ได้อัตราแลกเนื้อสูงเกินไปทำให้ต้นทุนอาหารสูงขึ้น ดังการจัดการให้อาหารกุ้งที่ดีจึงมีความจำเป็น เพื่อให้การผลิตกุ้งได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

 

 

 

โภชนาศาสตร์ของกุ้งขาว กุ้งขาวแวนนาไมเป็นกุ้งที่กินอาหารได้หลายชนิด ตั้งแต่แพลงก์ตอนพืช/สัตว์ ซากแพลงก์ตอน ตะกอน สารอินทรีย์ เป็นต้น การเลี้ยงกุ้งในความหนาแน่นต่ำสามารถใช้อาหารธรรมชาติที่เกิดขึ้นในบ่อได้โดยไม่ต้องให้อาหารเพิ่มเติม ในการเลี้ยงกุ้งเชิงพาณิชย์นิยมใช้อาหารสำเร็จที่ผสมจากวัตถุดิบมีคุณภาพ มีโภชนาการครบถ้วน มีกลิ่นในการดึงดูดให้กุ้งเข้ามากินได้เร็ว มีขนาดเหมาะสม ย่อยและดูดซึมง่าย

 

 

 

4.1.1 โปรตีน อาหารกุ้งที่ใช้ในการเลี้ยงกุ้งแบบพัฒนามีโปรตีนระหว่าง 35-50% ถ้าอาหารมีโปรตีนน้อยไป การเจริญเติบโตจะช้า และกุ้งจะผอมเนื่องจากโปรตีนในกล้ามเนื้อมาใช้ทดแทน อาหารที่มีโปรตีนสูงเกินไปก็ไม่เหมาะสมเช่นกัน เนื่องจากโปรตีนส่วนเกินถูกใช้เป็นพลังงาน และไนโตรเจนขจัดออกมาในรูปของแอมโมเนีย ลูกกุ้ง กุ้งวัยรุ่นมีความต้องการอาหารที่มีเปอร์เซนต์โปรตีนสูง และกุ้งขนาดที่ใหญ่ขึ้นมีความต้องการอาหารที่มีเปอร์เซนต์โปรตีนน้อยลง คำแนะนำสำหรับโปรตีนที่เหมาะสมกับกุ้งขาวในแต่ละขนาดดังนี้

 

 

 

ขนาดของกุ้ง (กรัม)

ระดับโปรตีนที่แนะนำ

0.002 – 0.25

50%

0.25 – 1.0

45%

1.0 – 3.0

40%

>3.0

35%

 

 

 

4.1.2 ไขมัน เป็นกลุ่มของสารอินทรีย์หลายชนิด เช่น กรดไขมัน ฟอสโฟไลปิด ไทรกลีเซอไรด์ น้ำมัน ไข และเสตียรอยด์ ที่เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของกุ้ง เป็นองค์ประกอบสำคัญของผนังเซลล์ ช่วยเสริมกระบวนการเผาผลาญไขมัน เป็นสารตั้งต้นในกระบวนการลอกคราบและการสืบพันธุ์ ระดับไขมันที่กุ้งขาวต้องการแตกต่างตามขนาดดังนี้

 

 

 

ขนาดของกุ้ง (กรัม)

ระดับไขที่แนะนำ

0.002 – 0.2

15%

0.2 – 1.0

9%

1.0 – 3.0

7.5%

>3.0

6.5%

 

 

 

4.1.3 คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งพลังงานที่มีราคาถูกในอาหารกุ้ง เช่น แป้ง น้ำตาล และเยื่อใย แต่สัตว์น้ำแต่ละกลุ่มมีความสามารถในการใช้คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานได้ต่างกัน สัตว์กินเนื้อมีแนวโน้มในการใช้โปรตีนเป็นแหล่งพลังงาน และไม่สามารถเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สัตว์น้ำที่กินซากและกินพืช สามารถใช้คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานได้ดีขึ้น ในกุ้งที่สามารถย่อยคาร์โบไฮเดรตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าปรับระดับคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมจะสามารถช่วยละระดับความต้องการโปรตีนของกุ้งได้

 

 

 

4.1.4 ไวตามิน เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มีความจำเป็นแต่ต้องการในปริมาณน้อย เพื่อให้มีการเจริญเติบโตดี เป็นสารช่วยในกระบวนการเผาผลาญอาหารหลายชนิด ความต้องการ ไวตามินในกุ้งขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เช่น ขนาด อายุ อัตราการเจริญเติบโต และปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม กุ้งขนาดเล็กต้องการระดับไวตามินสูงกว่ากุ้งขนาดใหญ่ การเลี้ยงกุ้งหนาแน่นสูงต้องการระดับไวตามินที่สูงกว่าการเลี้ยงความหนาแน่นต่ำ อาการขาดไวตามินในกุ้ง เช่น การเปลี่ยนแปลงรูปร่างของอวัยวะ การว่ายน้ำที่ผิดปกติ โตช้าหรือตาย การทำอาหารสำเร็จผู้ผลิตจะผสมไวตามินลงไปในระดับเกินความต้องการของกุ้งเพื่อชดเชยการสูญเสียไวตามินในระหว่างกระบวนการผลิต หรือระหว่างการเก็บก่อนที่นำอาหารไปใช้ไวตามินที่ละลายน้ำเช่น ไวตามินซี มักสูญเสียไปในหลังการหว่านและระหว่างการกินอาหารของกุ้ง เนื่องจากกุ้งเป็นสัตว์ที่กินอาหารช้า

 

 

 

4.1.5 เกลือแร่ เป็นสารอนินทรีย์ที่มีความจำเป็น ในกระบวนการเผาผลาญอาหารหลากหลาย เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม โซเดียม โปแตสเซียม คลอไรด์ และซัลเฟอร์ แคลเซียม มีความจำเป็นสำหรับการสร้างเปลือก การยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และการควบคุมสมดุลเกลือแร่ แต่กุ้งสามารถดูดซึมแคลเซียมได้โดยตรงจากน้ำทะเล กุ้งที่เลี้ยงในน้ำทะเลจึงไม่จำเป็นต้องผสมแคลเซียมลงไปในสูตรอาหาร การเลี้ยงในน้ำความเค็มต่ำ อาหารกุ้งควรเติม แคลเซียม 2.5% ปริมาณแคลเซียมที่มากเกินไป จะทำให้ฟอสฟอรัสอยู่ในรูปที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ฟอสฟอรัสนอกจากจะใช้ในการสร้างเปลือก ยังเป็นองค์ประกอบของสารชีวเคมีสำคัญหลายชนิด สารตัวกลางในกระบวนการเผาผลาญอาหารและตัวเร่งปฏิกิริยาเอนไซม์ กุ้งไม่สามารถดูดซึมฟอสฟอรัสในน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ ปริมาณฟอสฟอรัสในอาหารที่ทำให้กุ้งมีการเจริญเติบโตดีแนะนำ คือ 0.34% นอกจากนี้ยังมีเกลือแร่ปริมาณน้อย เช่น เหล็ก ไอโอดีน แมงกานีส ทองแดง โคบอลต์ สังกะสี เซลีเนียม โมลิปดินั่ม ฟลูอไรน์ อลูมิเนียม นิเกิล แวนนาเดียม ซิลิกอนและโครเมี่ยม ซึ่งจะมีการผสมลงไปในรูปของเกลือแร่ผสมล่วงหน้า

 

 

 

การผลิตอาหารกุ้งที่ดี วัตถุดิบต้องบดอย่างละเอียด ผสมทั้งให้เข้ากันดี เพื่อให้องค์ประกอบของอาหารทุกเม็ดมีคุณค่าใกล้เคียงกัน ขนาดเม็ดที่เหมาะสมสำหรับกุ้งแต่ละช่วงน้ำหนัก และต้องจมน้ำเร็ว เพื่อให้กุ้งสามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างรวดเร็ว และต้องคงสภาพในน้ำได้นานเพียงพอจนกุ้งกินได้หมด




มาตรฐานฟาร์มกุ้ง

BAP คืออะไร วันที่ 10/11/2010   01:42:34 article
อัปเดท...รวมรายชื่อฟาร์มที่ได้อนุญาตนำเข้าอเมริกาทั้งหมด วันที่ 01/11/2010   23:07:41 article
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่10 วันที่ 08/11/2010   17:57:24
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่9 วันที่ 08/11/2010   17:55:21
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่ 7 วันที่ 08/11/2010   17:48:12
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่ 6 วันที่ 08/11/2010   17:45:52
มาตรฐานจีเอพี GAPตอนที่ 5 วันที่ 08/11/2010   17:42:39
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่4 วันที่ 08/11/2010   17:36:55
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่ 3 วันที่ 08/11/2010   17:32:45
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่ 2 วันที่ 08/11/2010   17:30:02
มาตรฐานจีเอพี GAP ตอนที่1 วันที่ 08/11/2010   17:26:14
Aquaculture Certification Council (ACC) คืออะไร วันที่ 01/11/2010   23:08:27
Best aquaculture practices (BAP) certification คืออะไร วันที่ 01/11/2010   23:09:21



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ราชันย์ฟาร์ม ฟาร์มเลี้ยงกุ้งขาวชีวภาพ
ตำบลท่ากุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดตราด